Review
โดย Pornteera Choksamai
  21 มกราคม 2562
#VOGUEreview ตบรางวัลให้กับความเหน็ดเหนื่อยปี 2018 ที่ผ่านมา ด้วยการปรนนิบัติผิวที่ Jurlique

ผ่านปีใหม่มาได้ไม่นาน บางคนอาจจะยังติดค้างตัวเองในการให้รางวัลตอบแทนกับความเหน็ดเหนื่อยตลอดปีที่ผ่านมา วันนี้เรามีทรีตเมนต์จากแบรนด์สกินแคร์ธรรมชาติ Jurlique ที่ใช้เวลาในการทำ 60 นาทีเท่านั้น ก็ได้รางวัลเป็นผิวหน้าเนียนนุ่ม สดชื่น และแน่นอนว่าผ่อนคลายสุดๆ

ก่อนการทำทรีตเมนต์แนะนำให้จองล่วงหน้าไว้สักนิด เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องไปรอให้เสียเวลา อย่างเราเลือกที่จะทำหลังเลิกงาน เพราะจะได้ไม่ต้องแต่งหน้าใหม่ สามารถตรงดิ่งกลับบ้านได้เลย เมื่อไปถึงแล้วทางพนักงานก็จะให้คุณเลือกทรีตเมนต์ที่ตรงกับสภาพผิวของคุณมีทั้งคอร์สที่เป็น Classic Facial Treatment ใช้เวลา 60 นาที 2,800 บาท จนไปถึง Ultimate Signature Facial Treatment ที่ราคาสูงขึ้นมาอีกนิด แต่ก็ใช้ระยะเวลาในการปรนนิบัติผิวนานขึ้นถึง 90 นาที รวมไปถึงทรีตเมนต์สำหรับผิวกาย (Signature Body Treatment) ด้วย

ซึ่งครั้งนี้เราเลือกทำ Aromatherapy Rebalancing Signature Facial Treatment ซึ่งเป็นเฟเชียลทรีตเมนต์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Jurlique ถ้าคุณไม่รู้จะทำโปรแกรมไหน หรือ ไม่ได้มีปัญหาผิวส่วนไหนที่กังวลเป็นพิเศษแนะนำให้เลือกเฟเชียลทรีตเมนต์อันนี้ ซึ่งทางพนักงานแนะนํามาว่า เหมาะสําหรับลูกค้าที่เพิ่งมารับบริการเฟเชียลทรีตเมนต์ของ Jurlique ครั้งแรก เพื่อช่วยปรับสมดุลของผิว เติมความชุ่มชื่น และดูแลผิวให้แข็งแรงขึ้น

ตอนนวดจริงๆ ถึงกับจะเคลิ้มหลับแต่ก็ตั้งสติไว้ เพราะกลัวว่าจะมาเล่าต่อไม่ได้ เริ่มเตรียมผิวด้วยการฉีด Rosewater Balancing Mist เฟเชียลมิสต์ตัวดังของทางแบรนด์ เพื่อเป็นการดึงเราเข้าสู่โหมดผ่อนคลาย หลังจากนั้นเริ่มทำความสะอาดผิว ไม่ว่าสาวๆ จะแต่งหน้ามาหรือไม่ก็ตาม เพื่อเป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อยู่บนผิวและเตรียมผิวนั่นเอง พาร์ตที่ชอบที่สุดน่าจะเป็นการประคบด้วยผ้าร้อนที่มีกลิ่นของ Calendula Lavender Hydrating Essence ผสมอยู่ การประคบร้อนนั้นเพื่อเป็นการเตรียมผิวก่อนการลงสครับ ด้วยสครับผลัดเซลล์ผิว Daily Exfoliating Cream สครับข้าวโอ้ตและน้ำผึ้ง ที่นุ่มและไม่รู้สึกว่าบาดผิว แม้กระทั่งผิวเซนซิทีฟก็สามารถใช้ได้ หลังจากเช็ดออกแล้วก็ตามด้วย Skin Balancing Face oil ประหนึ่งเป็นการเติมอาหารกลับเข้าสู่ผิว ให้กลิ่นแบบอโรม่า... ผ่อนคลายสุด ตามด้วยการนวดกดจุด หลังขั้นตอนนี้ก็เป็นการมาสก์ด้วย Intense Recovery Mask ช่วยฟื้นฟูผิวได้ทันที ระหว่างรอมาสก์นั้น ก็มีการนวดมือรอ พาร์ตนี่คือผ่อนคลายจนเราเผลอหลับไป

หลังล้างมาสก์ออกแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการบำรุง เริ่มด้วยการใช้ Activating Water Essence เพื่อเติมความชุ่มชื่นเข้าผิว ตามด้วยสกินแคร์ไลน์ Herbal Recovery ที่มีสารสกัดจากดอก Red Clover ช่วยกระตุ้นผิวในการสร้างกรดไฮยารูลอน ให้ผิวที่แห้งกลับมาชุ่มชื่น อิ่มน้ำ ตามด้วยลิปบาล์มบำรุงริมฝีปาก แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จการปรนนิบัติผิว

The Pay-off

ความรู้สึกหลังทำทรีตเมนต์คือผิวที่นุ่มขึ้นทันที่ รู้สึกถึงความอิ่มฟู หลังทำแล้วโดยส่วนตัวคือไม่มีอาการแพ้หรือสิวขึ้น ทั้งที่เป็นคนผิวค่อนข้างเซนซิทีฟ ฉะนั้นเป็นทรีตเมนต์ทางเลือกของคนผิวเซนซิทีฟ นอกจากนั้นโปรดักต์ที่ใช้ในการทำทรีตเมนต์อาจจะปรับเปลี่ยนไปตามผิวหน้าของผู้ที่มารับบริการ ถ้าคนไหนมีปัญหาผิวเรื่องไหนที่กวนใจ หรือแพ้ส่วนผสมอะไรแนะนำให้บอกก่อนรับบริการได้เลย

ใครสนใจให้รางวัลตัวเองตัวทรีตเมนต์ดีสักตัวเราก็ขอแนะนำ หรือ อยากปรนนิบัติผิว ผ่อนคลายความเครียด สามารถไปได้ที่ Jurlique สาขาใกล้บ้านหรือตามสาขาที่สะดวกได้เลย

Gaysorn Village, ชั้น 2, โทร. 02-656-1480
CentralWorld, ชั้น 2, Groove, โทร. 090-906-1134
CentralPlaza Bangna, ชั้น 1, โทร. 090-906-1417
CentralPlaza Rama 2, ชั้น 1, โทร. 090-906-1802
CentralPlaza Rama 9, Robinson,ชั้น 1, โทร. 090-906-1862
CentralPlaza Ladprao, ชั้น 1, โทร. 064-184-2730

 

 

อ่านเพิ่มเติม:

  1. PAÑPURI WELLNESS : แหล่งรวมเวลเนสทรีตเม้นท์สุดผ่อนคลายใจกลางกรุงเทพฯ
  2. แนะนำ 3 โปรแกรมทรีทเม้นท์บำรุงผิวหน้า กิจกรรมเสริมความผ่อนคลายสำหรับสุดสัปดาห์นี้
  3. เมื่อหลีกเลี่ยงฝุ่นไม่ได้ ก็ต้องปกป้องผิวไว้ก่อน กับ 6 สกินแคร์ต่อสู้กับฝุ่นและมลภาวะ
Keyword:  
ร่วมแสดงความคิดเห็น