Make Up
โดย VOGUE beauty
  2 พฤศจิกายน 2561
เมกอัพคอลเล็กชั่นใหม่ ซึ่งเป็นการร่วมมือครั้งแรกของแบรนด์ SHISEIDO และแบรนด์ SIRIVANNAVARI

Photographs by Nat Prakobsantisuk    

Styling by Jirat Subpisankul

    นับเป็นการร่วมมือครั้งแรกของแบรนด์ Shiseido และแบรนด์  SIRIVANNAVARI แบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกโดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงออกแบบผลิตภัณฑ์ในคอลเล็กชั่นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ในชื่อ SHISEIDO X SIRIVANNAVARI “Princess Hanayaka” โดยใช้ระยะเวลากว่า 2 ปีในการวางแผน ดำเนินการ รวมไปถึงขั้นตอนการผลิตทั้งหมด กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย Face Illuminator Blush Palette (2,500 บาท) บลัชออนและไฮไลเตอร์เนื้อแป้ง มี 2 โทนสีให้เลือกคือ Natural และ Glam Eye Color Palette (3,500 บาท) พาเลตต์อายแชโดว์เนื้อเนียนละเอียด 8 สี แบ่งเป็นกลุ่มโทนสีน้ำตาลไล่เฉดสำหรับแต่งลุคสไตล์แนเชอรัลเบาสบาย และกลุ่มโทนฟ้าอมเทาเหมาะสำหรับแต่งเป็นสโมกี้อายส์เรืองรองสำหรับลุคแกลมยามค่ำคืน และ Lip Collection (2,500 บาท) ชุดลิปสติกเนื้อครีมแมตต์และแปรงทาปากบรรจุเซตสวยงาม มาใน 2 โทนสีคือสีนู้ดอมน้ำตาลและสีแดงคลาสสิก

    พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ทรงร่วมออกแบบในทุกขั้นตอนของการผลิต เริ่มตั้งแต่การคิดค้นเนื้อผลิตภัณฑ์จนถึงสีสันของคอลเล็กชั่น เนื่องด้วยทางแบรนด์ต้องการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นเพื่อผู้หญิงไทยและผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะ ซึ่ง SIRIVANNAVARI เป็นแบรนด์แฟชั่นที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นที่ดำเนินมายาวนาน โปรเจกต์นี้จึงเป็นโปรเจกต์ที่แบรนด์ชิเซโด้รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง มีการออกแบบแพ็กเกจจิ้งใหม่ให้ร่วมสมัย พระองค์หญิงทรงนำลวดลายรวงข้าว ดอกไม้ แมลง นกฮัมมิ่งเบิร์ดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในคอลเล็กชั่นของพระองค์มาทรงรังสรรค์ใหม่และผสมผสานกันโดยมีกลิ่นอายของศิลปะแบบนีโอคลาสสิก นอกจากนี้ยังทรงออกแบบตัวอักษร “S” ที่สื่อความหมายถึงทั้ง 2 แบรนด์พิมพ์ทองและพิมพ์นูนลงบนเนื้อเครื่องสำอางด้วย

ROYAL PURITY 

SHISEIDO X SIRIVANNAVARI คอลเล็กชั่นเมกอัพสุดพิเศษเพื่อผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะ

พระพักตร์: ตกแต่งพระเนตรด้วย SHISEIDO X SIRIVANNAVARI Eye Color Palette อายแชโดว์ 8 สี กลุ่มโทนสีน้ำตาล พระปรางสีสันอบอุ่นด้วย SHISEIDO X SIRIVANNAVARI Face Illuminator & Blush Palette สี Glam และพระโอษฐ์ระบายให้ดูระเรื่อด้วย Rouge Rouge สี RD502 Real Ruby

ฉลองพระองค์ทรงกิโมโนป้ายหน้า ผ้าไหมตัดต่อผ้าไหมทอลายพร้อมโอบิผ้าไหมทอลายเข้าชุด ทั้งสองจาก SIRIVANNAVARI

แต่งพระพักตร์: ภูวษา พรธรรมฉัตร, กมล ฉัตรเสน (แต่งหน้านางแบบ)

ช่างพระเกศา: สมพร ธิรินทร์

     พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ทรงร่วมออกแบบในทุกขั้นตอนของการผลิต เริ่มตั้งแต่การคิดค้นเนื้อผลิตภัณฑ์จนถึงสีสันของคอลเล็กชั่น เนื่องด้วยทางแบรนด์ต้องการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นเพื่อผู้หญิงไทยและผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะ ซึ่ง SIRIVANNAVARI เป็นแบรนด์แฟชั่นที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง วิสัยทัศน์และมุมมองการสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์สามารถกำหนดทิศทางของสีสันที่ช่วยขับความงามของผู้หญิงเอเชียให้เปล่งประกายและดูมีเสน่ห์ขึ้นได้ นอกจากนี้ ด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นที่ดำเนินมายาวนาน โปรเจกต์นี้จึงเป็นโปรเจกต์ที่แบรนด์ชิเซโด้รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง มีการออกแบบแพ็กเกจจิ้งใหม่ให้ร่วมสมัย พระองค์หญิงทรงนำลวดลายรวงข้าว ดอกไม้ แมลง นกฮัมมิ่งเบิร์ดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในคอลเล็กชั่นของพระองค์มาทรงรังสรรค์ใหม่และผสมผสานกันโดยมีกลิ่นอายของศิลปะแบบนีโอคลาสสิก นอกจากนี้ยังทรงออกแบบตัวอักษร “S” ที่สื่อความหมายถึงทั้ง 2 แบรนด์พิมพ์ทองและพิมพ์นูนลงบนเนื้อเครื่องสำอางด้วย

    พื้นสีบนตลับแพ็กเกจจิ้งแสดงกลุ่มประเภทของสีเมกอัพ เช่น ตลับสีขาวลวดลายกราฟิกกลุ่มดอกไม้และฮัมมิ่งเบิร์ดเหมาะสำหรับแต่งลุคกลางวันเน้นให้ดูเป็นธรรมชาติ พื้นตลับสีดำลวดลายรวงข้าวและผึ้งสีทองเหมาะสำหรับแต่งลุคกลางคืน สำหรับ Eye Color Palette พาเลตต์อายแชโดว์เนื้อชิมเมอร์ประกาย 8 สีสามารถแต่งได้ทั้งลุคกลางวันและกลางคืน ความพิเศษอยู่ที่ลวดลายดวงดาวและจักรราศีพิมพ์นูนลงบนเนื้อผลิตภัณฑ์ช่วยเพิ่มความหรูหราและสง่างาม

พระพักตร์: ตกแต่งพระเนตรด้วย SHISEIDO X SIRIVANNAVARI Eye Color Palette อายแชโดว์ 8 สี กลุ่มโทนสีฟ้าอมเทา พระปรางสีสันสดใสด้วย SHISEIDO X SIRIVANNAVARI Face Illuminator & Blush Palette สี Glam และพระโอษฐ์สีสดชัดด้วย Rouge Rouge สี RD502 Real Ruby

ฉลองพระองค์กิโมโน ผ้าไหมทอลาย จาก SIRIVANNAVARI

V: ฝ่าพระบาททรงรู้สึกอย่างไรกับการออกแบบคอลเล็กชั่นเมกอัพให้เครื่องสำอางชิเซโด้เพคะ

พระองค์หญิง: จริงๆ ตั้งแต่แรกเริ่ม ทางแบรนด์ SIRIVANNAVARI อยากทำเครื่องสำอางอยู่แล้ว โดยอยากทำผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงเอเชียได้อย่างครบวงจร ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของทางแบรนด์ชิเซโด้ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่อยากทำคอลเล็กชั่นเครื่องสำอางสำหรับผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะด้วย และแบรนด์ SIRIVANNAVARI ก็เป็นแบรนด์ที่เข้าใจผู้หญิงเอเชียเป็นอย่างดี จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกันในครั้งนี้ ซึ่งก็รู้สึกดีใจที่เราทั้ง 2 ต่างมีแพชชั่นที่เหมือนกันนั่นคือการนำเสนอสิ่งที่ช่วยขับความงามของผู้หญิงเอเชียให้เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอกอย่างเป็นธรรมชาติ

V: ทรงหาไอเดียและแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเล็กชั่นเมกอัพอย่างไรเพคะ

พระองค์หญิง: ท่านหญิงต้องการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้หญิง นั่นก็คือง่ายต่อการพกพาและสะดวกต่อการใช้งาน โดยสีสันที่อยู่ในตลับนั้นต้องสวยและสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลากหลาย แต่งได้ตั้งแต่แนเชอรัลลุคสำหรับกลางวันไปจนถึงแกลมลุคสำหรับกลางคืน ในหนึ่งพาเลตต์สามารถแต่งได้ทั้งตา แก้ม และปาก และเนื้อสัมผัสของเมกอัพสามารถไล้ผสมกันได้อย่างอิสระด้วย ส่วนสีสันทั้งหมดของคอลเล็กชั่นนี้เป็นเฉดสีที่ท่านหญิงเลือกเองทั้งหมด โดยดูคู่สีที่เหมาะสมว่าเฉดไหนผู้หญิงแต่งแล้วสวย จากนั้นก็มาผสมผสานกับลวดลายแพ็กเกจจิ้งซึ่งได้แรงบันดาลใจจากงานเขียน งานแกะสลักไม้จากคอลเล็กชั่นที่ผ่านมาซึ่งจะออกแนวญี่ปุ่น จึงดูลงตัวที่จะนำมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในครั้งนี้

V: ลวดลายบนแพ็กเกจจิ้งที่ทรงออกแบบ ฝ่าพระบาททรงสื่อให้เห็นถึงอะไรบ้างเพคะ

พระองค์หญิง: ต้องการสื่อถึงความเป็น Asian Twist คือผสมผสานระหว่างความเป็นญี่ปุ่นกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI ลวดลายต่างๆ มาจากคอลเล็กชั่นที่เคยออกแบบมาแล้ว เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับจักรราศี ดวงดาว ดอกไม้ และท้องทะเล ซึ่งเรามองว่ามันเข้ากับคอลเล็กชั่นเมกอัพนี้เป็นอย่างดีก็เลยนำมาใช้ ซึ่งแต่ละลวดลายสามารถสื่อได้ทั้งความเป็นแนเชอรัล ความแกลม และอาว็อง-การ์ดในเวลาเดียวกันโดยบนตลับจะมีทั้งลวดลายบนพื้นสีขาวและอีกตลับบนพื้นสีดำเพื่อบ่งบอกถึงโทนสีสันสำหรับกลางวันและกลางคืน

V: การออกแบบคอลเล็กชั่นเสื้อผ้ากับเครื่องสำอางแตกต่างกันอย่างไรเพคะ

พระองค์หญิง: ไม่ได้ต่างกันเท่าไรเลยเพราะใช้แรงบันดาลใจในการทำงานที่เหมือนๆกันอย่างเวลาเราออกแบบผลิตภัณฑ์เมกอัพเราก็ต้องดูทั้งคาแร็กเตอร์ของแบรนด์โทนสีของคอลเล็กชั่นรวมทั้งคาแร็กเตอร์ผู้หญิงที่สื่อถึงความเป็นแบรนด์นั้นๆด้วยจากนั้นจึงจะสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นภาพรวมของเฉดสีที่เหมาะสมและรูปลักษณ์แพ็กเกจจิ้งของผลิตภัณฑ์ต่างๆได้อย่างลงตัว

V: สีสันของคอลเล็กชั่นเมกอัพนี้เป็นโทนสีที่ฝ่าพระบาทโปรดอยู่แล้วใช่ไหมเพคะ

พระองค์หญิง: ทุกคัลเลอร์โทนที่เห็นในคอลเล็กชั่นจะเป็นสีที่ชอบอยู่แล้วและแต่งเป็นประจำด้วย โดยเป็นโทนที่สามารถแต่งไปในแนวแนเชอรัลโรแมนติกก็ได้หรือลุคกลางคืนหรูหราก็ได้ เราเองก็ชอบมิกซ์แอนด์แมตช์สีสันต่างๆ อยู่แล้วก็เลยคิดว่าน่าจะช่วยทำให้ผู้หญิงรู้สึกสนุกกับการแต่งหน้ามากขึ้นเพราะสามารถแต่งเป็นลุคต่างๆ ได้หลากหลายมาก

V: เป็นโทนที่เหมาะกับผู้หญิงไทยมากทีเดียวเพคะ

พระองค์หญิง: ใช่ เรามีการเทสต์สีทั้งกับนางแบบ ผู้หญิงทุกวัยและทุกสีผิว แล้วยังให้แต่ละคนได้ลองแต่งหน้ากันเองด้วย เพื่อจะดูว่าพวกเธอแต่งหน้ากันอย่างไร มีคาแร็กเตอร์อย่างไรบ้าง บางคนแต่งหน้าไม่เป็นก็ยังอยากให้ลองแต่งดู เพื่อจะได้รู้วิธีการใช้เมกอัพของพวกเธอรวมทั้งความรู้สึกเมื่อได้ใช้ด้วย เช่น เนื้อลิปสติกแห้งหรือมันไปไหม ทาเมกอัพลงบนผิวแล้วรู้สึกสบายหรือหนาหนักเกินไป หรือควรจะปรับเฉดสีให้อ่อนหรือเข้มกว่านี้อีกดีหรือไม่ เพราะฉะนั้นเราจะเทสต์กันละเอียดมากเพื่อหาจุดสมดุลที่เหมาะสมกับผู้หญิงทุกคนให้มากที่สุด 

V: คาแร็กเตอร์ผู้หญิงแบบใดที่สื่อถึงเมกอัพคอลเล็กชั่นนี้เพคะ

พระองค์หญิง: นึกถึงผู้หญิงเอเชียแท้ที่ไม่มีเชื้อสายคอเคเซียนปนอยู่เลย มีความสวย คลีน เป็นธรรมชาติ และมีเส้นผมดำขลับที่ไม่ผ่านการทำเคมีใดๆ ทั้งสิ้น และเมื่อจะแต่งหน้า เธอก็สามารถปรับแต่งให้เป็นลุคต่างๆ ได้อย่างอิสระโดยยังคงดูสวยแกลม เป็นธรรมชาติ และโมเดิร์นอยู่เสมอ

V: ฝ่าพระบาททรงชื่นชอบเมกอัพลุคสไตล์ไหนเป็นพิเศษเพคะ

พระองค์หญิง: จริงๆ แล้วสำหรับชีวิตประจำวันจะไม่แต่งหน้าเลย จะเน้นไปที่การดูแลผิวมากกว่า แต่ถ้าวันไหนที่ต้องแต่งหน้าก็จะชอบให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ส่วนวันที่อยากให้ดูแกลมขึ้นมาหน่อยก็จะชอบสโมกี้อายส์สไตล์กราฟิกหรือเขียนอายไลเนอร์ให้โฉบเฉี่ยว 

V: หากต้องทรงแต่งพระพักตร์ด้วยพระองค์เองจะทรงใช้เวลาประมาณเท่าไรเพคะ

พระองค์หญิง: แล้วแต่เลยค่ะ สามารถแต่งได้ภายในสิบนาทีไปจนถึงครึ่งชั่วโมง แล้วแต่สถานที่และสถานการณ์ บางทีมีลิปสติกแท่งเดียวก็สามารถแต่งได้ทั้งตา แก้ม และปากด้วย

V: ทรงมีเคล็ดลับความงามอย่างไรเพคะ

พระองค์หญิง: ก็ต้องขอบคุณพี่ๆ ในวงการที่คอยให้คำแนะนำต่างๆ มาโดยตลอด โดยเฉพาะท่านหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงคือพี่เป็ด (อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์) เป็นผู้ที่ริเริ่มคำพูดหนึ่งคือผู้หญิงต้องหัดแต่งหน้าให้เป็นจากนั้นก็สอนท่านหญิงจนสามารถแต่งหน้าเองได้ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์มากเพราะบางครั้งพี่ๆแต่ละคนก็ไม่สามารถว่างให้เราได้ตลอดเพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้ที่จะแต่งหน้าให้เป็นให้ได้ทุกวันนี้ก็ได้เรียนรู้เคล็ดลับต่างๆจากพี่ๆบ้างและดูบล็อกเกอร์บ้างแต่จะไม่ชอบคนที่แต่งหน้าแล้วดูพอกหนาหรือคอนทัวร์จนดูไม่เป็นธรรมชาตินะโดยส่วนตัวจะชอบปล่อยผิวให้เปลือยเปล่าเพราะเรารู้ว่าผิวเราดีและให้เวลากับการบำรุงมากเป็นพิเศษด้วยเช่นดีทอกซ์ผิวพอกหน้าและเน้นเติมน้ำให้ผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์หรือเฟซออยล์ส่วนเวลาเดินทางก็จะพกมาสก์หน้ากากไปด้วยเสมอโดยจะใช้ในวันที่ผิวเหนื่อยหรือมีงานในวันรุ่งขึ้น

 

นางแบบ: มชณต สุวรรณมาศ, วริศรา ยู

แต่งหน้า: ภูวษา พรธรรมฉัตร, กมล ฉัตรเสน

ทำผม: สมพร ธิรินทร์

เรื่อง: พิมรา กัมปนาทแสนยากร 

อ่านเพิ่มเติม:

  1. พลิกโฉมครั้งยิ่งใหญ่! Shiseido เปิดตัวเมกอัพ 4 เนื้อสัมผัสใหม่ชวนหลงใหล
ร่วมแสดงความคิดเห็น