HAIR

รู้ทันสาเหตุของผมเปราะขาดและวิธีการแก้ไขเพื่อให้ผมแข็งแรงมากขึ้น

มาเรียนรู้กันว่าอะไรที่อาจทำให้เส้นผมเปราะขาดได้บ้าง

     เส้นผมจะมีคิวติเคิลที่มีลักษณะเป็นเกล็ดซ้อนทับกัน ซึ่งช่วยให้เส้นผมยึดอยู่ด้วยกัน หากคิวติเคิลอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เส้นผมก็จะมีความแข็งแรงและเงางาม แต่หากเมื่อไหร่ที่เกล็ดเหล่านี้หลุดออก เส้นผมจะแห้งและแยกออกจากกันในที่สุด ซึ่งนำไปสู่ผมแห้งเสียชี้ฟู พร้อมอาการผมเปราะขาดร่วมด้วย ซึ่งผมเปราะขาดนั้นอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย มาเรียนรู้ไปพร้อมกันว่าอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุทำให้เส้นผมเปราะขาด และหนทางการหยุดยั้ง

 

 

1. อาหาร

     คำกล่าวที่ว่า “You are what you eat. - กินอะไรก็เป็นอย่างนั้น” ใช้ได้กับสุขภาพเส้นผม เพราะสารอาหารบางชนิดช่วยให้เส้นผมเจริญเติบโตและป้องกันการแตกหัก การขาดโปรตีนหรือวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นอาจทำให้เส้นผมเปราะขาดได้ เพราะฉะนั้นควรแน่ใจว่าในแต่ละวันเราได้รับสารอาหารเหล่านี้เพียงพอ เช่น สังกะสี ธาตุเหล็ก กรดโฟลิก และอาจรับประทานอาหารที่อุดมด้วยไบโอตินที่ช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของเส้นผม

 

 

2. ความแห้ง 

     เส้นผมที่แห้งมากกว่าปกติเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้ผมเสียและเปราะขาดง่าย ยังรวมไปถึงอีกจากหลายปัจจัย ได้แก่ สภาพอากาศที่แห้ง ความชื้นต่ำ และความร้อนที่มากเกินไป เพราะฉะนั้นจะต้องไม่ใช้น้ำที่ร้อนเกินไปในการสระผม เพราะนั่นอาจทำให้ผมแห้งมากยิ่งขึ้น และหากปลายผมมีความแห้งมากก็ควรใช้ครีมนวดผม และมีการมาส์กผม (เน้นที่กลางผมถึงปลายผม) และใช้ลีฟอินคอนดิชันเนอร์ในการบำรุงผมด้วย

 



WATCH



 

3. ความร้อน

     เพื่อให้ได้ทรงผมที่สวยดังใจนั้นแทบเลี่ยงไม่ได้สำหรับอุปกรณ์จัดแต่งทรงผมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไดร์เป่าผม เครื่องหนีบผมไฟฟ้า หรือเครื่องม้วนผมไฟฟ้า ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนใช้อุณหภูมิสูง เสี่ยงต่อการทำร้านเส้นผมให้เปราะขาด หนทางในการป้องกันเส้นผมเสียหายจากความร้อน คือเลือกใช้อุปกรณ์ที่เป็นรุ่นเซรามิก ซึ่งจะทำความร้อนได้ทั่วถึง จึงไม่ต้องใช้มันกับผมส่วนเดิมซ้ำๆ และสิ่งสำคัญคือต้องปกป้องเส้นผมด้วยสเปรย์ฉีดผมกันความร้อนทุกครั้ง เพื่อลดความเสียหายกับเส้นผมที่อาจเกิดขึ้น

 

 

4. ผ้าเช็ดผม

     แทบจะเป็นเรื่องปกติของทุกคนที่จะใช้ผ้าขนหนูขยี้ผมหลังสระผมเสร็จใหม่ๆ แต่การใช้ผ้าขนหนูถูผมแรงๆ จะทำให้เส้นผมเสียหายและเปราะขาดได้เช่นกัน โดยเฉพาะตอนที่ผมเปียกซึ่งเป็นช่วงที่เส้นผมอ่อนแอมากที่สุด เพราะฉะนั้นแทนที่จะขยี้ผมด้วยผ้าขนหนูเพื่อขจัดน้ำออกจากเส้นผม ให้เปลี่ยนมาใช้วิธีค่อยๆ ซับน้ำออกแทน และอาจใช้ผ้าโพกศีรษะไว้เพื่อเป็นการช่วยซับน้ำส่วนเกิน

 

 

5. ยางรัดผม

     ยางรัดผมเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้โดยเฉพาะสำหรับสาวผมยาว เพราะทำหน้าที่ใช้รวบผมขึ้นให้คลายร้อนและทำกิจกรรมต่างๆ ได้คล่องแคล่ว แต่ปัญหาของการใช้ยางรัดผมคือยางจะดึงหนังศีรษะเอาไว้ ทำให้เกิดผมขาดหลุดร่วงได้ ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการมัดผมขึ้นเป็นครั้งคราว หรือรวบผมเพียงหลวมๆ เพื่อไม่ให้ยางดึงผมแน่นจนเกินไป 

 

 

6. การหวีหรือแปรงผมผิดวิธี

     เชื่อว่าหลายคนอาจเคยได้ยินว่าการแปรงผม 100 ครั้งต่อวันนั้นดีต่อเส้นผม แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นความเชื่อแบบผิดๆ แต่ที่ถูกต้องคือควรหวีผมแค่เฉพาะเวลาที่ต้องการจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อยเท่านั้น เพราะเคยมีผลการทดลองพบว่าผมร่วงน้อยลงเมื่อหวีผมน้อยลง และยังควรเลือกใช้เลือกหวีหรือแปรงให้ถูก ใช้หวีซี่ห่างเพื่อป้องกันผมเปราะขาด และแปรงในขณะที่ผมแห้งเท่านั้น นอกจากนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ขนแปรงพลาสติก ลองใช้แปรงที่มีขนแปรงธรรมชาติจะดีต่อเส้นผมมากกว่า

 

 

7. ผมแตกปลาย

     การเล็มผมจะช่วยให้เส้นผมแข็งแรงและไม่แตกปลาย เพราะถือเป็นการกำจัดเซลล์เก่าบางส่วนออกเพื่อช่วยให้เซลล์ใหม่ได้เติบโต หากปล่อยให้เส้นผมแตกปลายโดยไม่เล็มออก รอยแยกเหล่านั้นอาจขยายความยาวมากขึ้น และนำไปสู่เส้นผมขาดได้ในที่สุด ดังนั้นแนะนำให้มีการตัดเล็มผมในทุกๆ 8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความยาวและลักษณะเส้นผม การเล็มปลายผมที่เสียออกจะช่วยป้องกันไม่ให้ผมขาดได้

 

     นอกเหนือไปจากการเลี่ยงสาเหตุที่จะทำให้ผมขาดข้างต้นแล้ว เพื่อป้องกันผมขาดหลุดร่วงในอนาคตแนะนำว่าควรบำรุงเส้นผมอย่างเหมาะสมจากภายในสู่ภายนอก โดยการรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ดื่มน้ำมากๆ อีกวิธีหนึ่งคือการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ออกแบบมาเพื่อให้ผมแข็งแรงและชุ่มชื้น เช่น แฮร์มาส์ก ครีมนวดผมแบบไม่ต้องล้างออก และออยล์บำรุงผม สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนที่บ่อยเกินไป เพราะจะทำให้ผมเสียและเปราะขาดง่าย สุดท้ายการเล็มผมเป็นประจำสามารถช่วยป้องกันผมแตกปลายและทำให้ผมดูสุขภาพดี

 

WATCH