เคยสังเกตไหมว่าทำไมรองพื้นไม่ค่อยเนียนไปกับผิว เทคนิค 'Foundation Mapping' ช่วยคุณได้

ถึงจะใช้เวลาซักหน่อยแต่ก็หมดปัญหารองพื้นตกร่องระหว่างวันไปได้เลย

Photo: @nikki_makeup

ปัญหาลงรองพื้นแล้วเป็นคราบ ตกร่องระหว่างวัน หรือไม่เรียบเนียนไปกับผิว เป็นอีกปัญหาที่ใครหลายคนประสบพบเจอถึงแม้จะแต่งหน้าเป็นแล้วก็ตาม ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุอย่างการเลือกรองพื้นที่มีเนื้อสัมผัสไม่เข้ากับผิว การใช้อุปกรณ์ในการลงรองพื้น หรือแม้กระทั่งการเตรียมผิวก่อนการแต่งหน้าที่เราคอยย้ำเตือนกันเสมอว่าการลงสกินแคร์ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยเทคนิค "Foundation Mapping" เทคนิคที่จะทำให้รองพื้นเรียบเนียนและดูเป็นผิวเรามากที่สุด ตามไปทำความรู้จักกับเทคนิคนี้กัน

เทคนิค Foundation Mapping คืออะไร?

เทคนิคการลงรองพื้นที่จะเน้นการลงเฉพาะจุดบนใบหน้า รองพื้นเรียบเนียนกลืนไปกับผิว ทำให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกลุค ทุกการปกปิด ตั้งแต่ Light - Full Coverage บางคนอาจจะงงว่าถ้าอยากได้ลุคการปกปิดระดับสูงสุดจะทำอย่างไรให้ผิวยังดูเป็นผิวจริงอยู่ได้ ฉะนั้นปัจจัยที่ตามมาก็คือการเลือกใช้รองพื้นที่เหมาะสมและการใช้อุปกรณ์ในการลงรองพื้น ถ้าเราเลือกสองอย่างนี้ให้เข้ากับลุคที่ต้องการ การลงรองพื้นให้เรียบเนียนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โดยมีขั้นตอนในการทำดังนี้

1. เตรียมผิวให้พร้อมก่อนการแต่งหน้า

อย่างที่พูดกันมาตลอดว่าการที่จะทำให้เมกอัพแน่นชัดติดทนได้คือเริ่มจากการลงสกินแคร์ให้ผิวชุ่มชื้นเสียก่อน และควรมีอย่างน้อย 3 ไอเท็มคือเซรั่ม มอยส์เจอไรเซอร์ และสเปรย์น้ำแร่ เป็นการเตรียมผิวขั้นพื้นฐานที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว แนะนำว่าผิวมันควรเลือกไอเท็มที่มีเนื้อสัมผัสเป็นเจลเพราะจะช่วยให้ซึมซาบเข้าผิวได้ง่าย ส่วนผิวแห้งสามารถเพิ่มเอสเซนซ์หรือเฟซออยล์เข้าไปในรูทีนได้ หลังจากลงสกินแคร์ครบทุกตัวแล้ว ควรรออย่างน้อย 5 นาทีเพื่อให้ครีมซึมลงผิวเสียก่อน ไม่ทิ้งเหนียวเหนอะหนะไว้บนผิว แล้วจึงเริ่มแต่งหน้าได้



1 / 3

Skin Love Glow Essence Serum จาก BECCA (ราคา 1,790 บาท)




2 / 3

Rose Deep Hydration Face Cream จาก Fresh (ราคา 1,800 บาท)




3 / 3

Lavender Hydrating Mist จาก Jurlique (ราคา 1,450 บาท)


2. หารองพื้นที่เข้ากับสภาพผิวของเรา

การหารองพื้นที่เข้ากับผิวตัวเองเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่จะนำไปสู่การแต่งหน้าที่ดี เราต้องรู้ก่อนว่าเรามีผิวแบบไหนแล้วอยากได้ฟินิชที่เป็นลุคประมาณไหน เช่น ผิวแห้ง สำหรับลุคสบายๆ ควรเลือกเป็นทินท์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือรองพื้นเนื้อน้ำที่ให้ความชุ่มชื้น ไม่ควรเลือกแบบแท่งหรือครีม เพราะจะทำให้ยากต่อการเกลี่ยและเป็นคราบระหว่างวันได้ง่าย หรือถ้าอยากได้ลุคที่ปกปิดผิวจริงๆ ก็อาจจะเลือกแบบแท่งหรือครีมได้ แต่ต้องเตรียมผิวด้วยสกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวอย่างล้ำลึกจริงๆ ไม่อย่างนั้นจะเสี่ยงต่อการตกร่องสูง



1 / 2

Studio Waterweight Spf 30 Foundation จาก MAC (ราคา 1,850 บาท)




2 / 2

Velvet Matte Foundation Stick จาก Nars (ราคา 1,750 บาท)


3. เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับการลงรองพื้น

เทคนิคนี้จะใช้อุปกรณ์ 2 อย่างคือแปรงลงรองพื้นและฟองน้ำ เริ่มจากการทารองพื้นลงบนหน้า จากนั้นใช้แปรงเกลี่ยให้ทั่วแบบไม่ให้เห็นเป็นเส้นรองพื้น และนำฟองน้ำไข่ชุบน้ำหมาดๆ มากดย้ำให้เนียนไปกับผิวอีกที

How - To Foundation Mapping

เป็นเทคนิคที่เน้นการลงรองพื้นในบริเวณ T-Zone รวมถึงข้างจมูกซึ่งเป็นจุดที่มีผิวค่อนข้างบางและมีรอยแดงจึงต้องการการปกปิดมากกว่าส่วนอื่น แนะนำให้ใช้แปรงเกลี่ยจากบริเวณทีโซนออกมาด้านข้าง ตามด้วยการใช้ฟองน้ำไข่เพื่อไม่ให้รองพื้นเกาะบนผิวมากเกินไป และบริเวณที่ไม่ควรลงรองพื้นเยอะคือโหนกแก้ม เพราะเป็นจุดสุงสุดของใบหน้าจึงง่ายที่จะเห็นว่าเราลงรองพื้นหนาหรือบางแค่ไหน แนะนำให้ลงเป็นลิควิดไฮไลเตอร์เบาๆ แทน เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นเล่นแสงแทน ฉะนั้นคีย์หลักของเทคนิคนี้คือการลงรองพื้นเฉพาะช่วงกลางหน้าเท่านั้น

คีย์เวิร์ด: foundation makeup tips