จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Estee Lauder ขยายตลาดซื้อแบรนด์ Dr.Jart+ แบรนด์สกินแคร์สัญชาติเกาหลีใต้

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ตัดสินใจซื้อแบรนด์เล็ก

Photo: Courtesy of Brand

เมื่อพูดถึงแบรนด์ในเครือ Estee Lauder แบรนด์ที่ลอยเข้ามาในหัวของเราก็คงไม่พ้น La Mer, MAC, Aveda, และ Too Faced ฯลฯ คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นสายเกาหลีไปได้ แต่สิ่งที่เราไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นแล้ว เพราะล่าสุด Estee Lauder ตัดสินใจซื้อหุ้นบริษัท Have & Be ซึ่งเป็นบริษัทสกินแคร์ของประเทศเกาหลีใต้ที่ผลิตแบรนด์สกินแคร์สายเกา Dr. Jart+ รวมถึงแบรนด์กรูมมิ่งของหนุ่มๆ อย่าง Do The Right Thing ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2015 เอสเต้ได้มีการลงทุนกับบริษัทในสัดส่วน 25% และเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ฉะนั้นการซื้อหุ้นที่เหลือจึงกลายเป็นการซื้อกิจการของบริษัทนี้ไปโดยปริยาย โดยมีมูลค่ากว่า 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 33,275 ล้านบาท William P. Lauder ประธานกรรมการบริการของ Estee Lauder กล่าวว่า "ในปัจจุบันผู้บริโภคในความสนใจกับการดูแลผิวด้วยสกินแคร์มากขึ้น แถมอุตสาหกรรมของสกินแคร์ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว Dr. Jart+ จึงเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก"

Dr. Jart+ เป็นแบรนด์สกินแคร์จากประเทศเกาหลีใต้ที่โดดเด่นในเรื่องของส่วนผสม ช่วยกู้ผิวเป็นสิวให้กลับมาเรียบเนียน เปล่งปลั่งอีกครั้ง แถมแพ็กเกจจิ้งก็เรียบง่ายแต่มีกิมมิคด้วยสีสันน่ารักๆ เอาใจชาวยุคมิลเลนเนียลได้เป็นอย่างดี สกินแคร์ชิ้นที่ขายดี Rubber Mask Bright Lover มาสก์แผ่นซิลิโคนกับเนื้อเอสเซนซ์ที่ให้ความชุ่มชื้นแบบจัดเต็ม รวมถึง Cicapair Tiger Grass Re.Pair Serum เซรั่มที่ช่วยลดเลือนรอยแดงของสิว พร้อมฟื้นฟูผิวบอบบางแพ้ง่ายให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นชิ้นโปรดของสาวเป็นสิวเลยก็ว่าได้

หลังจากนี้ก็มาลุ้นกันว่าเมื่อแบรนด์ฝั่งตะวันตกและตะวันออกทำงานร่วมกัน พวกเขาจะครีเอตไอเท็มใหม่ๆ ออกมาในรูปแบบไหนบ้างและสามารถตอบโจทย์กับผู้บริโภคในวงกว้างมากแค่ไหน

คีย์เวิร์ด: dr.jart+ estee lauder skincare