พาสำรวจฟาร์มคามิลเลีย ดอกไม้โปรดของแมดมัวแซลชาเนล จุดเริ่มต้นของสกินแคร์ในกลุ่ม Hydra Beauty

โว้กบิวตี้พาสำรวจห้องปฏิบัติการกลางแจ้งของชาเนล แหล่งเพาะปลูกดอกคามิลเลียส่วนผสมทรงประสิทธิภาพในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Hydra Beauty

ตั้งแต่ปี 1998 CHANEL ได้ทำโครงการใหญ่เกี่ยวกับคามิลเลีย ดอกไม้โปรดของมาดมัวแซลชาเนล มาโดยเฉพาะ ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายปี CHANEL Research ได้ทุ่มเทกับการศึกษาเกี่ยวกับคามิลเลียสีขาวจากห้องปฏิบัติการกลางแจ้งที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ณ ใจกลางหมู่บ้านโกฌักค์ (Gaujacq) โดยเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานการเกษตรแบบดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลทางระบบนิเวศ 

 

 

โครงการขนาดใหญ่ที่อุทิศให้กับดอกคามิเลียเป็นการร่วมมือกันระหว่าง CHANEL Research และ ฌ็อง โตบี (Jean Thoby) ผู้เชี่ยวชาญด้านคามิลเลียระดับนานาชาติที่รับหน้าที่ดูแลสวนอนุรักษ์พรรณพืชมานานหลายสิบปี โดยเป็นพื้นที่อนุรักษ์พรรณพืชบนพื้นที่เกือบ 5 เฮกตาร์ที่ตั้งห่างจากฟาร์มคามิลเลียเพียงไม่กี่กิโลเมตร ซึ่งนอกจากเป็นบ้านของพืชสายพันธุ์หายากกว่า 3,000 ชนิดแล้ว ยังเป็นที่พักพิงของคามิลเลียกว่า 2,000 ชนิดที่รวบรวมมาจากทั่วโลก ซึ่งคามิลเลียสีขาวที่ถูกปลูกในโครงการของชาเนลมีชื่อเต็มว่าคามิลเลีย จาปอนิ กา ‘อัลบา เพลนา’ เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียแต่สามารถเติบโตได้ดีในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากมีอุณหภูมิในฤดูร้อนและฤดูหนาวที่คล้ายกับที่จีนและญี่ปุนซึ่งเป็นประเทศต้นกําเนิดของคามิลเลีย อีกทั้งที่โกฌักค์ยังมีฝนที่ตกกระจายตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล 

ดอกคามิลเลียสีขาวที่ออกดอกในฤดูหนาวและมีใบเขียวตลอดปีนี้มีความพิเศษในหลาย ๆ ทาง และจากการศึกษาความสามารถในการทนทานต่อนํ้าค้างแข็งในฤดูหนาวของคามิลเลียทำให้ CHANEL Research ได้ค้นพบคุณสมบัติในการเติมความชุ่มชื้นอย่างเหนือขั้นให้ผิว และนำมาเป็นส่วนผสมทรงประสิทธิภาพในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว HYDRA BEAUTY นับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ถึงแม้คามิลเลียจะเป็นดอกไม้ที่กลีบบอบบางแต่ทนทานต่อทุกสภาพอากาศไม่ว่าจะน้ำหรือความหนาวเย็น โดยจะผลิบานพร้อมน้ำค้างแข็งในเดือนมกราคมและบานเต็มช่อในเดือนมีนาคม 

ฟลิปป์ กรองดรี (Philippe Grandry) ผู้จัดการด้านปฏิบัติการที่ฟารม์ของชาเนลอธิบายว่า ต้นคามิลเลีย จาปอนิกา ‘อัลบา เพลนา’ กว่า 2,700 ต้นถูกปลูกไว้กลางแจ้งด้วยวิถีการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคือไม่มีการใช้สารเคมีและยึดหลักการการเพาะปลูกแบบพึ่งพากันด้วยการนำต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มมาปลูกร่วมกับคามิลเลียเพื่อช่วยสร้างสมดุลและความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศ ช่วยให้คามิลเลียมีร่มเงาเบาๆ  ซึ่งจะทำให้พืชแข็งแกร่งและทนต่อโรคและศัตรูพืช อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นแหล่งพักพิงให้แก่แมลงที่มาช่วยผสมเกสรและนกต่างๆ โดยการหยั่งรากลึกของไม้ใหญ่เพื่อดูดซึมสารอาหารและย่อยสลายซากพืชต่างๆ ยังทำให้คุณภาพของดินดีขึ้น มีความสมบูรณ์มากขึ้นด้วย สำหรับการเก็บเกี่ยวก็มีความสอดคล้องไปกับธรรมชาติเช่นเดียวกัน โดยทุกอย่างทำด้วยมือ เกษตรกรจะค่อยๆ เก็บดอกคามิลเลียทีละดอกใส่ลงในตะกร้า จะเก็บในช่วงหลังน้ำค้างในตอนเช้าเพื่อให้ดอกแห้งพอดีและเหมาะกับการสกัด หลังจากเก็บแล้วดอกไม้จะถูกนำไปชั่งน้ำหนักและแช่แข็งทันทีเพื่อรักษาโมเลกุลออกฤทธิ์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดก่อนที่จะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการ



1 / 2





2 / 2



ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์พรรณพฤกษาแห่งโกฌักค์ (Gaujacq Phytoanalysis Laboratory) ที่อยู่ในความดูแลของนิโคลา ฟูซาติ  (Nicola Fuzzati)  ผู้อํานวยการฝ่ายนวัตกรรมและการพัฒนาส่วนประกอบเครื่องสําอางของชาเนล เป็นที่ที่มุ่งสร้างสรรค์สารออกฤทธิ์จากธรรมชาติที่มีคุณภาพสูงสำหรับนํามาใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บํารุงผิวของชาเนลโดยเฉพาะ ซึ่งถูกตั้งอยู่ใกล้กับฟาร์มคามิลเลียเพื่อลดระยะเวลาระหว่างการเก็บเกี่ยวกับการศึกษารวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม



1 / 2





2 / 2



ฟาร์มคามิลเลียของชาเนลยังได้รับตราสัญลักษณ์ HEV (High Environmental Value) ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่ รัฐบาลฝรั่งเศสมอบให้ฟารม์ที่ทําการเกษตรโดยคํานึงถึงสิ่งแวดล้อมและไดรับเครื่องหมายการเปลี่ยนสู่การเกษตรแบบออแกนิค (Conversion To Organic Agriculture) โดยการได้รับตราสัญลักษณ์ทั้งสองนี้เป็นได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของชาเนลในการมุ่งรักษาระบบนิเวศทางธรรมชาติและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

ภาพ : Chanel Beauty