#VogueReview น้ำหอม Allegra ใหม่ล่าสุดจาก Bvlgari ที่สามารถเพิ่มความยูนีกให้กับกลิ่นหอมเองได้

ทำความรู้จัก Allegra คอลเล็กชั่นน้ำหอมใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Bvlgari

เมื่อเร็วๆ มานี้ ทีมบิวตี้ได้รู้จักกับมิติใหม่ของฉีดน้ำหอมผ่านการเปิดตัวน้ำหอมคอลเล็กชั่น Allegra ใหม่ล่าสุดจาก Bvlgari ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำหอม Eau De Parfum 5 กลิ่นที่สะท้อนอารมณ์และไลฟ์สไตล์ของสาวอิตาลี โดยมาพร้อมกับ Magnifying Essence กลิ่นหอมเข้มข้นที่สามารถนำมาจับคู่กับกลิ่นน้ำหอมในคอลเล็กชั่นได้อย่างลงตัวและช่วยครีเอตกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้แบบไม่มีสิ้นสุด

 

First Impression

Jacque Cavallier เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการถ่ายทอดอารมณ์และไลฟ์สไตล์ของสาวอิตาลีผ่านกลิ่นหอมทั้ง 5 กลิ่นในคอลเล็กชั่นน้ำหอม Allegra ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตด้วยส่วนผสมเลอค่าจนกลายเป็นกล่ินหอมที่มีเสน่ห์และเข้าใจง่ายในแบบฉบับของ Bvlgari โดยทีมบิวตี้สัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวาตั้งแต่ครั้งแรกที่ท๊อปโน๊ตของน้ำหอมแตะจมูก ซึ่งแต่ละกลิ่นสามารถสื่อถึงอารมณ์ทั้ง 5 แบบของผู้หญิงได้อย่างมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ไฮไลต์ที่ต้องพูดถึงเกี่ยวกับน้ำหอมคอลเล็กชั่น Allegra ก็คือคอนเซ็ปต์ #MagnifyForMore หรือการเพิ่มความยูนีกและความสนุกให้กับ 5 กลิ่นด้วย Magnifying Essence ซึ่งเป็นกลิ่นหอมเข้มข้นสูงที่เมื่อนำมาเลเยอร์จะช่วยเพิ่มมิติความหอมของกลิ่นที่เราชื่นชอบให้มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น 

 

Bvlgari Allegra Magnifying Essence EDP 40ml. ราคา 7,150 บาท

 

More is More

Magnifying Essence มีทั้งหมด 5 กลิ่น ได้แก่ Magnifying Musk, Magnifying Bergamot, Magnifying Rose, Magnifying Vanilla และ Magnifying Patchouli โดยแต่ละกลิ่นมาจากส่วนผสมเข้มข้นสูง ซึ่งเมื่อนำกลิ่นหอมเข้มข้นเหล่านี้ไปจับคู่กับกลิ่นน้ำหอมในคอลเล็กชั่น Allegra จะช่วยครีเอตกลิ่นหอมที่แปลกใหม่และเป็นกลิ่นหอมที่สะท้อนตัวตนได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยหลังจากที่เราได้ลองนำมาแพร์ริ่งกับกลิ่นของน้ำหอม พบว่าแต่ละกลิ่นจาก Raw Material ของ Magnifying Essence ช่วยดึงเสนห์ของความหอมของแต่ละกลิ่นออกมาได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด นอกจากใช้เป็นคอมโบร่วมกับน้ำหอมแล้ว เอสเซ้นส์ยังสามารถนำมาใช้เดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกับน้ำหอมที่เรามีอยู่แล้วได้ด้วย



1 / 5

Fiori D’Amore
Fiori D’Amore คือกลิ่นฟรุ๊ตตี้ ฟลอรัลสื่อถึงความรักในแบบอิตาเลี่ยน โดยเป็นการผสมผสานกลิ่นหอมของกุหลาบที่เย้ายวน ด้วยส่วนผสมจากกุหลาบแดงตุรกีและบูลแกเรีย เป็นกลิ่นฟลอรัลที่เปรียบเสมือนกุหลาบสีแดงช่อโต




2 / 5

Dolce Estasi
กลิ่นฟลอรัล หอมหวานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศในห้องครัวที่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของขนมโฮมเมด โดยมีกลิ่นออเร้นจ์ บอสซั่ม มาช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับกลิ่นหอมที่ครีมมี่และพาวเดอร์รี่นิดๆ ให้เป็นกลิ่นฟลอรัลที่หอมละมุน




3 / 5

Riva Solare
“Riva Solare คือวันหยุดที่ไม่มีวันสิ้นสุดของอิตาลี" กลิ่นนี้ทำให้ปลุกจินตนาการพาเราไปพักร้อนที่ Italian Riviera ท่ามกลางแสงแดดอุ่นๆ และเสียงคลื่น เป็นกลิ่นซีตรัสสดชื่นที่ปลุกความรู้สึกมีชีวิตชีวาด้วยกลิ่นของ Tart Calabrian Bergamot ออเร้นท์ บอสซั่ม และปิดท้ายด้วยกลิ่นอบอุ่นของมัสก์




4 / 5

Fantasia Veneta
ลุคแกลมในชุดราตรีหรืองานเลี้ยงมื้อค่ำจะคอมพลีตไปไม่ได้ถ้าไม่มีกลิ่นหอมของ Fantasia Veneta ที่เย้ายวนและหรูหราด้วยการผสมผสานของกลิ่น Chypre accord ที่ตบท้ายด้วยกลิ่นหวานอบอุ่นของกลิ่นลูกพีชและวานิลลา




5 / 5

Rock’n’Rome
นี่คือกลิ่นหอมที่เป็นตัวแทนของชั่วโมง Happy Hour ที่ได้ดื่มด่ำค็อกเทลและบทสนทนากับเพื่อน ท่ามกลางบรรยากาศของท้องฟ้าสีส้มหรือ Golden Hour ที่พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน โดยเป็นกลิ่นหอมแนวฟลอรัล ฟรุ๊ตตี้ อโรม่า ที่มอบกลิ่นที่หอมหวานและความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวาเหมือนกับค็อกเทลที่มีฟองฟู


 

Why We Love

ถ้าพูดถึงความหอม ทั้ง 5 กลิ่นในคอลเล็กชั่น Allegra มีความหอมที่สะท้อนแต่ละคาแร็กเตอร์และอารมณ์ของผู้หญิงได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยเราสามารถครีเอตกลิ่นหอมที่ยูนีกและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้เองเมื่อใช้ร่วมกับ Magnifying Essence ซึ่งคอมโบที่ครองใจทีมบิวตี้จนอยากบอกต่อก็คือกลิ่น Rock’n’Rome และ Magnifying Rose โดยกลิ่นฟลอรัลของกุหลาบช่วยให้กลิ่นฟลอรัล ฟรุ๊ตตี้ นุ่มนวลมากขึ้น ส่วนเรื่องของความติดทนต้องให้ 5 ดาวเพราะมีกลิ่นหอมของเบสโน๊ตที่จางลงแต่ยังคงติดตัวเราไปทั้งวัน 

 

น้ำหอม Bvlgari Allegra EDP 100ml. ราคา 8,900 บาท และ EDP. 50ml ราคา 6,250 บาท สามารถไปค้นพบประสบการณ์การครีเอตกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์กันได้ที่เคาน์เตอร์น้ำหอม Bvlgari สาขาสยามพารากอน ได้แล้ววันนี้