SKIN CARE

7 นวัตกรรมในสกินแคร์และเมกอัพที่น่าจับตามองในปี 2019

วงการบิวตี้ก้าวไปไกลกว่าที่เคยเป็นมา

สังเกตไหมว่าเรื่องความสวยความงามก็ไม่ต่างอะไรจากเทคโนโลยีที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ก็เพื่ออัพเกรดให้ชีวิตของผู้ใช้สะดวกสบายขึ้น หากย้อนกลับไปเมื่อยุคที่รองพื้นเป็นเรื่องของคนที่แต่งหน้าเก่ง (เบลนด์เก่ง) จนมาถึงปัจจุบันที่มีการคิดค้นรองพื้นประเภท CC และ BB ครีมที่เนื้อเกลี่ยง่าย ให้ลุคที่เป็นธรรมชาติ ก็ได้ลบนิยามของรองพื้นที่ว่ามีไว้เพื่อออกงานเท่านั้น หรือจะเป็นยุคที่สกินแคร์ทุกอย่างถูกแยกออกจากกันเช่น มอยส์เจอไรเซอร์ก็ดูแลแค่เรื่องผิวชุ่มชื้น แต่ไม่ได้ครอบคลุมในเรื่องของจุดด่างดำ จนทำให้ต้องซื้อหลากหลายแบรนด์จนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างบนโต๊ะ หรือน้ำหนักเกินทุกครั้งที่เดินทาง ในปัจจุบันแบรนด์เครื่องสำอางจำนวนมากจึงได้ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์นวัตกรรมบำรุงผิวและไอเท็มเมกอัพที่ช่วยให้ชีวิตของผู้หญิงตารางแน่นอย่างเราๆ สะดวกขึ้น โดยปี 2019 ที่กำลังมาถึงในไม่กี่อึดใจนี้ก็เต็มไปด้วยเครื่องสำอางที่มาพร้อมนวัตกรรมทั้งในเรื่องของส่วนผสมและการทำงาน โว้กบิวตี้เลยอยากพาสาวโว้กอัพเดทเทรนด์ความงามในปีหน้าไปด้วยกันก่อนใคร

 

Multi-taskers: ทำหน้าที่หลายอย่างในหนึ่งเดียว

ในปีหน้าสาวๆ จะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่แบบมัลติฟังก์ชั่นเพิ่มขึ้น โดยจะมีทั้งการผสมผสานส่วนผสมที่สามารถทำ 2-3 หน้าที่ได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะช่วยบำรุงผิวได้หลายๆ ด้าน และสำหรับเมกอัพสามารถทำงานได้มากกว่าการปกปิดและแต่งแต้ม แต่จะฟื้นฟูและบำรุงผิวไปในตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น



Dr. Andrew Weil For Origins™ Mega-Mushroom Skin Relief Soothing Face Lotion

 

Personalized: ออกแบบมาเพื่อผิวของฉันโดยเฉพาะ

เป็นที่ทราบกันดีว่าสิ่งแรกที่ต้องคำนึงเมื่อเลือกซื้อเครื่องสำอางคือต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง แต่ด้วยความที่ผิวของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน และการแบ่งเพียงแค่ผิวปกติ ผิวแห้ง หรือผิวผสม ถึงผิวมัน อาจจะไม่พอเพียงต่อความต้องการของสาวกสกินแคร์ในปัจจุบัน การนำเทรนด์ Personalize เข้ามาผสมผสานในผลิตภัณฑ์จึงเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามองในปี 2019 เพราะดูเหมือนจะเป็นเทรนด์ความงามที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้อย่างตรงจุด

Clinique iD (สามารถเลือกผสมสูตรบำรุงให้ตรงกับความต้องการผิวตัวเองได้)

 

Last Longing: ติดทนนานยิ่งขึ้น

มีประสิทธิภาพและติดทนนานมากขึ้น คงเป็นคีย์เวิร์ดของหลายๆ แบรนด์ทั้งสกินแคร์และเมกอัพ โดยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สามารถติดทนและอยู่บนผิวเราได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะต้องลุยกิจกรรมหนักแค่ไหน ยกตัวอย่างเช่น ครีมกันแดดหรือรองพื้นที่ให้การปกป้องและปกปิดได้นานยิ่งขึ้น

Hyaluronic Serum โดย Dr.Barbara Sturm (เซรั่มบำรุงผิวผสมผสานด้วย hyaluronic acid และสารต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ความชุ่มชื้นยาวนานและล้ำลึก)

*มีจำหน่ายที่ร้าน BFF  

 

More Shades: ครบทุกเฉดสี

กระแส Diversity หรือความหลากหลายยังคงแรงอยู่ทั้งในวงการแฟชั่นและบิวตี้ ที่หลายแบรนด์ได้ลุกขึ้นมาทำผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมผู้ใช้ที่มีหลายเชื้อชาติและความต้องการเพิ่มขึ้น คาดว่าในอนาคตรองพื้นของแบรนด์จะต้องทำเฉดสีได้ครบอย่างแน่นอน

Pro Filt'r Soft Matte Longwear Foundation จาก Fenty Beauty (มีให้เลือก 40 เฉดสี)

 

Skin Detox: ดีท็อกซ์ผิวได้ภายในเวลา 10 นาที

ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้มาส์กหน้าหลังวันที่เหน็ดเหนื่อย แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าการมาส์กหน้าจะเป็นเวลาที่เราได้เคลนส์ผิวไปในด้วย โดยส่วนผสมในมาส์กจะช่วยดีท็อกส์สิ่งสกปรกบนผิวออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Instant Detox Mask จาก Caudalie

 

The Best Of Both World: เป็นทั้งเมกอัพและสกินแคร์ในหนึ่งเดียว

หลายคนอาจจะได้ลองใช้และหลงรักกับเมกอัพที่มีส่วนผสมของสกินแคร์กันไปแล้ว อย่างเช่นรองพื้นเนื้อเซรั่มที่นอกจากให้การปกปิดอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูผิวในระหว่างวันด้วย ซึ่งในปีหน้าการซื้อผลิตภัณฑ์แบบจ่ายหนึ่งแต่มาสองนั้นจะมีเพิ่มขึ้น และคาดว่าหลายๆ แบรนด์สกินแคร์จะสร้างสรรค์เมกอัพที่เป็นทั้งไอเท็มที่ช่วยปกปิดและบำรุงผิวไปในตัว

รองพื้นกึ่งเซรั่ม Skin Illusion SPF15 จาก Clarins

 

Fight Environmental Damage: ประสิทธิภาพในการต่อสู้มลภาวะจากสิ่งแวดล้อมได้สูงขึ้น

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่จะต้องทราบว่าปัญหา Global Warming หรือภาวะโลกร้อนนั้นกำลังแย่ขึ้นทุกที ซึ่งปัญหานี้ก็เป็นปัญหาที่มนุษย์ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน เช่นลดการใช้และทิ้งถุงพาสติก เป็นต้น โดยมลภาวะต่างๆ ในอากาศก็ล้วนเป็นหนึ่งในตัวการทำร้ายผิว ดังนั้นในอนาคตข้างหน้า คาดว่าหลายๆ แบรนด์จะหันมาคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลและปกป้องผิวจากมลภาวะมากยิ่งขึ้น

1A™ All-Day Pollution Repair Mask จาก ALLIES OF SKIN

 

Cover Photo: Phairam D.

คีย์เวิร์ด: Beauty Trend 2019