MAKE UP

Microblading คืออะไร ต่างกับ Microfeathering และ Microshading อย่างไร

การสักคิ้วในปัจจุบันมีความแตกต่างอย่างไรบ้างไปดู

หากพูดถึงการสักคิ้ว สาวๆ หลายคนอาจกังวลในผลลัพธ์ เพราะภาพในจินตนาการคือคิ้วสีน้ำตาลอมเขียวเส้นบางที่เป็นภาพจำมาตั้งแต่ในอดีต แน่นอนว่าสาวๆ ในยุคนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นเช่นนั้นอีกต่อไป เพราะสมัยนี้มีเทคโนโลยีที่คล้ายกับการสักคิ้วมากมาย ตั้งแต่แบบที่ดูเป็นธรรมชาติไปจนถึงแบบที่ดรามาติกยิ่งขึ้น และแต่ละแบบก็ให้ผลลัพธ์และความติดทนนานที่แตกต่างกัน

Microblading

คือเทคนิคการใช้ปากกาสักคิ้วที่มีหัวเข็มขนาดเล็กเทียบเท่าขนคิ้วจริงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติเสมือนกับขนคิ้วจริงๆ โดยในหนึ่งหัวจะประกอบไปด้วยหัวเข็มขนาดเล็กจำนวน 12 -15 หัวเข็ม ในการทำหัวเข็มจะเข้าลึกถึงแค่ผิวหนังชั้นนอกของผิวเท่านั้น เนื่องจากเป็นการสักแบบกึ่งถาวรจึงแน่นอนว่าต้องรู้สึกเจ็บเป็นธรรมดา เป็นความเจ็บเหมือนโดนกระดาษบาด แต่ช่างสักส่วนใหญ่มักจะลงยาชาก่อนเริ่มสักประมาณ 30 – 45 นาทีเพื่อลดอาการเจ็บขณะสัก

Best For: เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบคิ้วแบบดูเป็นธรรมชาติและติดทนนาน ติดทน 1 – 3 ปี (ควรเติมสีหลังผ่าน 1 ปีไปแล้ว)

ข้อควรระวัง! หลังจากสักไปแล้วในสัปดาห์แรกควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทโฟมและสบู่ล้างหน้าบริเวณคิ้ว แนะนำให้ใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดอย่างเบามือ นอกจากนี้ยังควรทาครีม aftercare ทุกๆ 4 ชั่วโมงอีกด้วย เพราะเมื่อแผลเริ่มแห้งบริเวณคิ้วอาจรู้สึกคัน แต่ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าห้ามเกาห้ามแกะโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นสีที่สักไว้อาจจะหลุดลอกทำให้สีไม่สม่ำเสมอ ควรอดทนรอให้แผลค่อยๆ ตกสะเก็ดจะดีกว่า ในช่วงแรกคิ้วของสาวๆ อาจจะดูเข้มกว่าปกติ เพราะฉะนั้นพยายามหลีกเลี่ยงการออกงานไว้ก่อน นอกจากนี้ควรหยุดออกกำลังกายในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังสักด้วย เพราะเหงื่ออาจทำให้สีไม่ติดผิวอย่างที่ควรและแบคทีเรียในเหงื่ออาจทำให้แผลติดเชื้อได้

Cr: @tamarawilliams1

 

Microfeathering

เป็นเทคนิคที่พัฒนามาจาก Microblading โดยช่างจะใช้ใบมีดขนาดบางค่อยๆ กรีดลงบนผิวเหมือนเป็นการเขียนตามเส้นขนคิ้ว ในขณะเดียวกันเม็ดสีพิกเมนต์จะถูกฝังลงในรอยกรีดนั้นๆ เพื่อให้ดูเหมือนขนคิ้วจริง ก่อนสักแบบ Microfeathering ช่างมักจะให้งดกันคิ้วเป็นเวลา 6 -12 เดือนเพื่อจะดูว่าขนคิ้วจริงหนาขนาดไหน จากนั้นจึงค่อยเติมส่วนในช่องว่างด้วยการสักและลงสีเพิ่มเติมเท่านั้น จะไม่สามารถสร้างขนคิ้วขึ้นมาให้เหมือนการสักแบบ Microblading ดังนั้นสาวๆ คนไหนที่มีคิ้วบางมากๆ อาจไม่ค่อยเหมาะกับการสักแบบ Microfeathering ด้วยความที่เส้นของการสักแบบนี้ บางกว่าแบบ Microblading และการสักแบบนี้จะไม่ติดทนนานมากเท่ากับการสักแบบ Microblading โดยเฉพาะสาวผิวมันสีของคิ้วจะจางได้ง่ายกว่าสาวผิวแห้ง

Best For: เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีขนคิ้วอยู่แล้ว แต่ต้องการทำให้คิ้วดูฟูขึ้นและเข้มขึ้น ติดทนมากที่สุด 12 เดือน

Cr: @tamarawilliams1

Microshading

จะให้ผลลัพธ์เหมือนการเขียนคิ้วด้วยผลิตภัณฑ์เขียนคิ้วแบบฝุ่น และคิ้วจะดูฟุ้งมากกว่าการสักแบบ Microblading และ Microfeathering ลักษณะการทำคือแทนที่จะสักเป็นเส้น การสักแบบนี้จะลงสีในลักษณะของการแต้มเป็นจุดซ้ำไปซ้ำมา จึงเหมาะกับสาวๆ ที่ชอบคิ้วที่ดูเหมือนเขียนมาแล้วตลอดเวลา ส่วนสาวๆ ที่ชอบลุคคิ้วแบบธรรมชาติอาจไม่เหมาะกับการสักแบบ Microshading เท่าไร สำหรับสาวคิ้วบางอาจจะเลือกสักแบบ Microshading กับ Microblading คู่กันก็ยังได้ โดยใช้ Microshading เพื่อเพิ่มมิติให้กับคิ้ว และ Microblading เพื่อสร้างเส้นขนคิ้ว

Best For: เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบลุคแบบดูเหมือนเขียนคิ้วแล้วโดยที่ไม่ต้องแต่งเพิ่มเติม ติดทน 1 – 3 ปี (ควรเติมสีหลังผ่าน 1 ปีไปแล้ว)

Cr: @tamarawilliams1

 

 

 

 

 

 

ภาพประกอบ: Phairam Danjittrong

คีย์เวิร์ด: eyebrows microblading microshading microfeathering