5 ขั้นตอนการดูแลสีผมโทนเทาให้คงทน ถึงสีหลุดก็ไม่ออกส้ม ยังคงหม่นอยู่

การดูแลให้สีผมติดทน ผมไม่เสีย เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเช่นกัน

ใครที่ชื่นชอบในการทำสีผม กัดสีผมเป็นพิเศษ คงไม่อยากให้สีหลุดเร็วอย่างแน่นอน โดยเฉพาะโทนเทาหม่นที่เป็นเทรนด์ฮิตในช่วงปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นโทนสีที่ค่อนข้างดูแลยาก เพราะหลุดไว และหากใครดูแลไม่ดีก็ทำให้ผมเปลี่ยนเป็นโทนส้มหรือทองได้ ลองปรับเปลี่ยนรูทีนการดูแลผมใหม่ ลงทุนทำสีผมมาแล้วก็ต้องลงทุนกับการดูแลผมด้วยเช่นกัน โว้กบิวตี้มี 5 ขั้นตอนง่ายๆ ที่สามารถทำได้ทุกครั้งในการดูแลผม ไม่ยุ่งยาก และรับรองว่าได้ผลจริง! (แนะนำว่าให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติช่วยล็อกสีผมจะดีที่สุด)

 

1. Shampoo and Conditioner

แน่นอนว่าการเลือกใช้แชมพูและคอนดิชันเนอร์เป็นเบสสำคัญที่ทำให้สีผมติดทน ซึ่งไอเท็มที่ควรเลือกใช้คือแชมพูและคอนดิชันเนอร์สีม่วง เพราะไอเท็มนี้มีคุณสมบัติพิเศษช่วยกลบสีเหลืองของเส้นผมหลังจากถูกกัดสีให้จางลงทำให้ผมเป็นสีขาว เพื่อให้ออกประกายสีเทาและสามารถย้อมสีโทนนี้ทับอีกได้หลายรอบ นอกจากนี้เส้นผมที่โดนกัด โดยย้อมบ่อยๆ ก็ย่อมแห้งเสียและชี้ฟู จึงแนะนำให้เลือกชิ้นที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิกหรือคอลลาเจน เพื่อช่วยบำรุงให้เส้นผมกลับมานุ่มสลวยมากขึ้น แนะนำว่าให้ใช้แชมพูและคอนดิชันเนอร์ชนิดแบบเดี่ยวๆ หรือถ้าใครผมมันหรือกลัวหนังศีรษะไม่สะอาดจริงๆ สามารถใช้ควบคู่กับแชมพูทั่วไปได้



1 / 2

Blonde.Angel.Wash จาก Kevin Murphy (ราคา 1,090 บาท)




2 / 2

Blonde.Angel จาก Kevin Murphy (ราคา 1,200 บาท)


2. Mask

ถัดจากขั้นตอนการทำความสะอาดผมให้สะอาดแล้วก็เป็นการบำรุงเบื้องต้นอย่างการมาสก์ คนที่ทำสีผมบ่อยๆ หรือกัดสีผมควรมาสก์ให้บ่อยมากกว่าคนทั่วไป เพราะเส้นผมจะมีความเปราะบาง อ่อนแอ และขาดการบำรุงเป็นพิเศษ จึงควรมาสก์เพื่อเติมสารอาหารเข้าไปบำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึก

Sunflower Color Preserving Deep Recovery Pak จาก Kiehl’s (ราคา 1,540 บาท)

 

3. Serum

เมื่อสระผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนเริ่มการจัดแต่งทรงผมควรบำรุงด้วยเซรั่มหรือสเปรย์กันความร้อนเสียก่อน เพราะสาเหตุหลักที่ทำให้สีผมของเราอยู่ไม่ทนคือการใช้ความร้อนจัดแต่งทรงผมนั่นเอง ฉะนั้นจึงควรป้องกันความร้อนสูงๆ ด้วยไอเท็มนี้ โดยเช็ดผมให้หมาดๆ เสียก่อนแล้วฉีดเสปรย์กันความร้อนลงไปให้ทั่วเส้นผม ค่อยเริ่มเป่าผมได้

Phytokeratine Repairing Thermal Protectant Spray จาก Phyto (ราคา 1,650 บาท)

 

4. Oil

เมื่อเป่าผมเสร็จให้ตามด้วยการใช้ออยล์บำรุงผม ขั้นตอนนี้แนะนำเลือกออยล์ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติช่วยล็อกสีผมให้คงทนจะยิ่งเพิ่มการบำรุงเส้นผมเป็นสองเท่า เพราะช่วยให้ผมเงาแวววาว นุ่มสลวยแล้วยังล็อกสีผมให้คงทนยาวนานด้วย

BC Bonacure Color Freeze Liquid Shine จาก Schwarzkopf (ราคา 640 บาท)

 

5. Sunscreen

ปิดท้ายด้วยการสไตลิ่งผม สามารถฉีดสเปรย์จัดแต่งทรงผมได้ตามปกติ แต่จะดีกว่าถ้าหากเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถกันแดดหรือมี SPF ด้วย เพราะการออกไปเผชิญแสงแดดในแต่ละวันเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผมแห้งเสีย หยาบกระด้าง และสีผมหลุดเร็วอีกด้วย

Scalp & Hair Mist Organic Sunscreen SPF 30 จาก Coola

คีย์เวิร์ด: hair color tips