Skin Care
โดย Kaewsiri Srisam-ang
  3 มกราคม 2563
อัพเดท 13 เทรนด์สกินแคร์ที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปี 2020

Photo: Courtesy of Brands/ Owner/ @graymatsen

 

มีสิ่งใหม่ๆ รอคอยเราอยู่ในปี 2020 และหนึ่งในนั้นก็คือโอกาสที่จะได้ลองเทรนด์สกินแคร์ที่กำลังจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น อย่างเทรนด์ผิวสวยโลกสวยด้วยแนวคิด Zero Waste ที่ช่วยลดขยะ หรือการดูแลผิวที่โฟกัสไปที่การปกป้องผิวจากมลภาวะมากขึ้น  โว้กบิวตี้ได้รวมเทรนด์ดูแลผิวที่คาดว่าจะมาแรงในปีนี้มาให้สาวกบิวตี้ได้อัพเดทกัน จะมีเทรนด์ไหนบ้างเลื่อนอ่านต่อกันได้เลย  

 

1. ดูแลผิวแบบ Zero-Waste ช่วยลดขยะ

ปีนี้เป็นปีที่ผู้บริโภคจะหันมาร่วมมือร่วมใจกันช่วยลดปริมาณขยะและงดใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกกันมากขึ้นเพื่อช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวคิดนี้ยังรวมถึงการมองหาผลิตภัณฑ์ความงามที่มาพร้อมแพ็คเกจจิ้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นสามารถย่อยสลายได้ง่ายหรือไม่ห่อหุ้มด้วยพลาสติกเป็นต้น เพื่อช่วยลดปริมาณขยะหลังใช้หมด

2. คลีนบิวตี้

เทรนด์การดูแลผิวด้วยสกินแคร์ในกลุ่มคลีนบิวตี้หรือผลิตภัณฑ์ความงามที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติและปราศจากสารเคมีอย่างพาราเบน น้ำหอม และแอลกอฮอล์ ได้รับความนิยมมาพักใหญ่ โดยคาดว่าปีนี้ประชากรของชาวคลีนบิวตี้จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเนื่องจากสาวกบิวตี้หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจกับส่วนผสมในสกินแคร์กันมากขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มคลีนบิวตี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่มีผิวบอบบางและแพ้ง่าย

3. ส่วนผสมของ Retinol ในสกินแคร์ที่เป็นคลีนบิวตี้

หากเทียบกับเทรนด์สกินแคร์อื่นๆ คลีนบิวตี้ถือว่าเป็นเทรนด์ที่โตช้ากว่าเพื่อนเนื่องจากสาวกบิวตี้หลายคนขาดความเชื่อใจ เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่ามีส่วนผสมจากธรรมชาติแบบเพียวๆ หลายคนก็จะเริ่มตั้งข้อสงสัยกับประสิทธิภาพในการบำรุง แต่ในปีที่ผ่านมาสกินแคร์ที่เป็นคลีนบิวตี้หลายๆ แบรนด์ได้พากันพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพเทียบเท่าสกินแคร์เคาน์เตอร์แบรนด์ดังๆ ที่เราคุ้นเคยกัน โดยได้มีการนำส่วนผสมของ Retinol ที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอวัยเข้ามาผสมผสานในสกินแคร์แต่เป็นสูตรคลีนบิวตี้เพิ่มขึ้น ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยคงความอ่อนเยาว์แบบปราศจากสารเคมีทำร้ายผิว

4. บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีฟิลได้

ในปัจจุบันหลายๆ แบรนด์บิวตี้ได้หันมาทำแพ็คเกจจิ้งที่เมื่อใช้หมดสามารถนำขวดหรือกระปุกกลับมารีฟิลได้ เป็นเทรนด์ที่สนับสนุนเทรนด์ sustainability หรือไลฟ์สไตล์ที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน

5. โทนเนอร์คือไอเท็มที่ต้องมี

โทนเนอร์มักจะเป็นไอเท็มสกินแคร์ที่หลายๆ มองข้ามเนื่องจากคิดว่าไม่จำเป็น แต่ปีนี้โทนเนอร์คือไอเท็ม Must Have ในรูทีน โดยเมื่อใช้อย่างเป็นประจำสาวกบิวตี้จะเริ่มหลงรักกับคุณสมบัติของโทนเนอร์ที่จะช่วยปรับสมดุลผิวหลังการล้างหน้าและช่วยปูทางให้สกินแคร์ตัวอื่นๆ ซึมซาบลงผิวได้ดีขึ้น

 

6. สกินแคร์รูทีน = น้อยแต่มาก

ปีนี้คงต้องพักสกินแคร์ 10 สเต็ปไปก่อนแล้วลองทำตามเทรนด์ลดปริมาณสกินแคร์ให้น้อยลงแต่มีประสิทธิภาพ โดยเป็นการจัดระเบียบสกินแคร์รูทีนของตัวเองเสียใหม่ด้วยการเลือกใช้สกินแคร์น้อยชิ้น รวมถึงที่มีส่วนผสมน้อย เข้าใจง่าย แต่มีประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงสูง

Photo: @graymatsen

 

7. ผิวสวยด้วย "มือ" เรา

คอนทัวร์ฟาดๆ ไม่ได้เกิดจากการลงบรอนเซอร์หนักๆ อีกต่อไป เพราะการนวดหน้าด้วยมือบวกกับอุปกรณ์บิวตี้อย่าง Jade Roller หรือกัวซา คือเทรนด์ฮิตที่ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติที่สาวๆ หลายคนหันมาให้ความสนใจ 

 

8. ครีมกันแดดปราศจากสารเคมีทำร้ายผิว

จะปีนี้หรือปีถัดไปเทรนด์ที่ไม่มีวันเปลี่ยนก็คือเทรนด์การปกป้องผิวจากแสงแดด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย  เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB แนะนำว่าให้มองหาผลิตภัณฑ์กันแดดสูตรที่ระบุว่า Hypoallergenic และปราศจากน้ำหอม หรือสูตรที่เป็น Physical Sunscreen ที่ใช้หลักการการสะท้อนรังสียูวีออกจากผิว โดยมักมีส่วนผสมของซิงก์ออกไซด์และไทเทเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) ซึ่งจะต่างจากผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นสูตรเคมี (Chemical Sunscreen) ที่ดูดรังสียูวีเข้าผิว ทำให้อนุมูลอิสระเสื่อมสลายและอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย

9. สกินแคร์ที่เป็นเกราะปกป้องผิว

แน่นอนว่าหลายคนทราบกันดีถึงความสำคัญในใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวไม่ให้แก่ก่อนวัย แต่ในปัจจุบันนอกจากครีมกันแดดแล้ว สกินแคร์สูตร Anti-Pollution ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ หรือสกินแคร์ที่มีส่วนผสมช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากการโดนทำร้ายจากสภาพแวดล้อมก็สำคัญไม่แพ้กัน และกำลังจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอีกด้วย

10. ริมฝีปากดูเป็นธรรมชาติ

เทรนด์ลุคเมกอัพที่เน้นความเป็นธรรมชาติแบบ Makeup No Makeup Look ยังคงเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ฮิตอย่างต่อเนื่อง เป็นที่มาของเทรนด์การตกแต่งริมฝีปากให้ดูเป็นธรรมชาติด้วยการใช้ลิปบาล์มช่วยเติมความชุ่มชื่น ถือว่าเป็นการพักเบรคจากเทรนด์ Kylie Lip หรือการวาดเติมขอบปากให้ดูใหญ่ขึ้น

11. สกินแคร์แบบเฉพาะตัว 

ในปัจจุบันสกินแคร์หลายๆ แบรนด์ได้ผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ากับส่วนผสมบำรุงผิวเพื่อให้ตอบโจทย์และเข้ากับแต่ละสภาพผิวแบบตรงจุดยิ่งขึ้นอย่าง Personalized Skincare ที่สามารถเลือกสูตรและส่วนผสมที่ตรงกับแต่ละปัญหาผิวได้

12. ผลัดเซลล์ผิวด้วย Chemical Exfoliator

หนึ่งในทิปส์สำคัญของการมีสุขภาพผิวที่ดีคือการผลัดเซลล์ผิวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งตามสภาพผิว โดยปีนี้คนจะกล้าใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยผลัดเซลล์ผิวแบบ Chemical Peel หรือ Chemical Exfoliator กันมากขึ้น ซึ่งเป็นสกินแคร์กลุ่มช่วยผลัดเซลล์ผิวที่มีส่วนผสมของกรด AHA และ BHA ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน

13. ทรีทเม้นท์ช่วยชะลอวัย

เมื่อตัวเลขอายุเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี และความแก่เป็นสิ่งไม่มีใครสามารถหนีพ้น สิ่งที่เราทำได้คือชะลอ ซึ่งนอกจากการบำรุงจากภายในด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่ไปกับการใช้สกินแคร์ในกลุ่ม Anti-Aging แล้ว การฟื้นฟูผิวด้วยทรีทเม้นท์อย่างเลเซอร์ โบท็อกซ์ และฟิลเลอร์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการชะลอวัย แน่นอนว่าการเลือกทรีทเม้นท์เหล่านี้ควรศึกษาและเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวของตัวเอง 

ข้อมูล: https://www.whowhatwear.com/skincare-trends-2020

อ่านเพิ่มเติม:

  1. 6 เทรนด์เมกอัพและทรงผมที่คาดว่าจะนำทุกเทรนด์บิวตี้ในปี 2020
ร่วมแสดงความคิดเห็น