เสือใบคืออะไร... นี่คือคำตอบของเป้-อารักษ์ เสือใบจอมเจ้าชู้ตัวพ่อ

เป้ อารักษ์ อมรศุภสิริ นักร้องและนักแสดงชื่อดัง กลับมาอีกครั้งกับบทบาทใหม่สุดท้าทายใน “ขุนพันธ์ 2” ในบท “เสือใบ” คู่ปรับขุนพันธ์ ที่มาพร้อมกับสโลแกนดั่งนกไร้ขา เจ้าชู้ แพรวพราว แม่น ไว กระสุนคตคู่กาย ปัดป้องคุ้มภัยด้วยตะกรุดแคล้วคลาด

 

ได้ข่าวมาว่าในการรับบทบาท “เสือใบ” คือตัวละครที่เป้ ต้องใช้เวลาเตรียมตัวมาไม่ต่ำกว่า 3 ปีมาแล้ว

เป้ : ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว พี่โขมชวนไปเล่นตอนจบของขุนพันธ์ 1 ซึ่งเราก็ตื่นเต้นมาก ยิ่งพอเป็นพี่โขมโทรมาก็รีบตอบรับอย่างรวดเร็ว เจอพี่อนันดาครั้งแรกก็ตื่นเต้นมาก และก็พัฒนาคาแรคเตอร์ตั้งแต่ตอนนั้น แต่ว่าความจริงแล้วโปรเจกต์มันจะเกิดขึ้นต่อจากภาคแรกเลย แต่กลายเป็นว่าภาคแรก 3 ปีกว่าจะได้ฉาย พอเรารู้ว่าเราจะได้เล่นบทนั้นก็เลยเริ่มคิดถึงมันละ เริ่มไปซื้อปืนมาฝึกควง และก็พี่โขมก็หายไปเลยจนภาคแรกฉาย เราก็ลุ้นอยู่ว่าจะมีเราโผล่ตอนหลังไหมเลยได้เล่นภาค 2  ต่อครับ

 

 

 

ก่อนจะรับบทเสือใบในขุนพันธ์ ได้มีการเตรียมตัวหรือศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของเสือใบ หรือส่วนตัวเองได้รู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับตัวท่านขุนพันธ์อยู่แล้วหรือเปล่า

เป้ : รู้จักครับ ส่วนตัวก็มีการอ่าน และก็ดูวิดีโอแหละ ศึกษาตัวท่านเพิ่มขึ้นนิดหนึ่งครับ รู้ว่าท่านเป็นมือปราบที่ความจริงแล้วตัวเล็กนะ ได้มีฉายามือปราบพริกขี้หนูด้วยซ้ำ  มีอาวุธอะไรบ้าง และก็ศึกษาตัวเสือใบ อ่านหนังสือ แต่เสือใบมีประวัติหลายแบบมาก หรือว่าเสือใบจริงๆเป็นยังไงเราก็ไม่แน่ใจ เราก็เลือกทางหนึ่งที่เรารู้ค่อนข้างชัวร์ เพราะว่าเทียบเคียงกับหลายๆฝ่ายครับ

 

คงต้องเล่าให้ฟังแล้วละว่าคาแรคเตอร์ของ เสือใบ ในมุมมองของเป้ อารักษ์นี่เป็นอย่างไร

เป้ : เสือใบเจ้าชู้กะล่อน แพรวพราว ไว เร็ว กวน เป็นคาสโนวาคนหนึ่ง คือเจ้าชู้มาก ไม่มีใครจับตัวอยู่ จะมีฉากหลายฉากที่เราโชว์ว่าความจริงแล้วที่เสือใบกะล่อน  และก็ไม่มีใครเอาเขาอยู่ ในขณะเดียวกันก็มีอดีตที่ขมขื่น เป็นลูกน้องคนสนิทของเสือฝ้าย ทุกอย่างเพื่อกลบเรื่องราวในอดีตที่ขมขื่นสำหรับเขา  ซึ่งในประวัติศาสตร์ เราจะรู้ว่าเสือฝ้ายมีชุมโจรที่ใหญ่ที่สุด อยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี คือเป็นโจรที่ได้รับการนับหน้าถือตาเป็นนักการเมืองคนหนึ่งเลยแหละ คอยดูแลชาวบ้าน และก็มีความภักดีที่ทำให้ชุมชนนี้แข็งเกร่ง พวกเขาทำตัวเหมือนโรบินฮู้ด มีคนมากมายแหละที่อยากเข้ามาเป็นสมาชิกในกลุ่มโจรเชิ้ตดำ ส่วนเสือบุตร์เป็นตำรวจแท้ๆเลย ไม่มีใครรู้หรอกว่าขุนพันธ์ที่ปราบอัลฮาวียะลูหน้าตาเป็นไง ตอนเด็กเสือใบก็เป็นเด็กซนๆคนหนึ่งซึ่งมาวิ่งเล่นอยู่ในชุมโจรเสือฝ้าย ฝึกวิชายิงปืนจากที่นี่ แต่วันหนึ่งโดนทวงหนี้ พวกฝ่ายทวงหนี้ ก็จะเป็นคนในเครื่องแบบมาจับเมียเขาไป เขาเลยไปยิงพวกนั้นตายทั้งหมด หลังจากนั้นเสือใบก็หนีมาตลอด เขารู้สึกว่าเขาไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว ที่เขาเจ้าชู้มากๆเพราะเขาลืมเมียเขาไม่ได้ จากนั้นไม่มีที่ไปก็มาขอพึ่งบารมีพี่ฝ้ายอีกครั้งและก็ไปฝึกวิชาเพิ่มเติม กลายเป็นคนที่ยิงปืนได้ไวที่สุดคนหนึ่ง

 

 

 

ว่ากันว่าไม่เพียงขุนพันธ์ที่มีอาคมเป็นอาวุธ เสือใบเองก็มีของขลังมีวิชาเหมือนกัน

เป้ : เสือใบสักเกือบทั้งตัวครับ เน้นทางด้านเมตตาซะส่วนใหญ่ ก็จะเป็นไก่ฟ้า จิ้งจก อักขระทั้งหมด และก็สาริกาคู่ พวกเก้ายอด สิงห์ และของขลังอีกอย่างก็จะเป็นตะกรุดที่สามารถวิ่งได้รอบตัวเขาครับ เรื่องฤทธานุภาพของตะกรุดนี่ เวลาคนยิงข้างหน้าจะสะท้อนออกไปครับ จะไม่มีใครยิงเสือใบได้ กระสุนคต  คือเสือใบเขาฝั่งกระสุนพิเศษอันหนึ่งไว้ในแขน อยากใช้เมื่อไหร่ก็เรียกออกมา ก็เป็นกระสุนปืน ที่เอาไปใส่ในปืนพิเศษที่จะเหน็บเอาไว้ข้างหลัง ใส่ลูกระสุนเข้าไปแล้วยิง เหมือนยิงลูกซองนัดเดียว แต่มันไม่ได้ออกไปตรงๆครับ มันจะโค้งไปเข้าศรีษะของเป้าหมายที่เขาเล็งไว้ ถ้าเรามองเห็นถึงเรื่องราวของคาถาอาคมมันจะมีข้อจำกัดของมัน

 

ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของ ขุนพันธ์2 ก็คือเหล่านักแสดงที่มาร่วมงานกัน อยากให้เป้เล่าให้ฟังถึงการทำงานกับนักแสดงแต่ละคน เริ่มจากอนันดาก่อนเลย

เป้ : สำหรับพี่อนันดา ตอนแรกผมเป็นแฟนพี่อนันดามาตั้งแต่ยุคที่เขาเล่นหนังหลังจากชัตเตอร์มา เป็นคนมีคุณภาพมากได้รางวัลมาแล้วทุกสถาบัน เขาเป็นคนอารมณ์ดีมากแต่พอเข้าฉากก็จะเปลี่ยนไปคาแรคเตอร์ได้เลย และก็ทำได้ดีเสมอถึงแม้จะเป็นในบทบู๊เขาก็สามารถทำออกมาได้แบบดี และก็แข็งแรงมาก เพราะเขาเล่นมาเยอะจริงๆประสบการณ์เยอะมาก 

 

 

 

ผู้พันเบิร์ด เราจะมองว่าเขาเป็นพระนเรศ และก็เป็นผู้พันเป็นโฆษกของทหาร ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นเป็นหัวหน้าแก๊ง ซึ่งก็ตรงกับบทเสือฝ้ายมากครับ ตอนถ่ายก็ด้วยประสบการณ์ที่แกอยู่ป่ามา ขี่ม้านี่คือเรื่องง่ายมากสำหรับผู้พันเบิร์ดเรื่องปืนความแข็งแรงในการต่อสู้อย่างนี้ครับ ดูน่าเกรงขามมาก 

 

การเตรียมตัวที่จะเป็นเสือใบของ เป้ อารักษ์ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

เป้ : ก่อนหน้านี้ 3 ปี ก็จะเป็นการฝึกซ้อมควงปืน ดูหนังคาวบอย เราก็ไปเรียนขี่ม้า และก็พยายามหาคาแรคเตอร์ไม่เหมือนกับสิ่งที่ผมเคยทำมา ผมจะพูดเสียงประมาณนี้ เปลี่ยนโทนเลย ผมว่ามันเป็นการแปลงคาเรคเตอร์ได้อย่างแนบเนียนดี เรื่องของความแข็งแรงของร่างกายก็คิดว่าหลังจากจอห์นวิคออกมา การต่อยแตะธรรมดามันน่าเบื่อละ ผมก็ไม่สามารถกระโดดตีลีงกาได้อย่างสตั้นท์หรอก ผมก็เลยไปเรียนสายทุ่มสายล็อกยูโดมาครับรวมไปถึงกราวเกมส์คือลงไปล็อกข้างล่างแต่สุดท้ายก็บาดเจ็บซะก่อน บาดเจ็บจากการเรียน  ส่วนการควงปืนมันมีหลักการของมันหลักๆเลยคือนิ้วต้องแข็งแรงควงปืนยาวควงไรก็ได้ แล้วในหนังเราก็เซ็ตปืนจริงครับ

 

 

 

ความน่าสนใจอีกเรื่องคือ ทุกครั้งที่เข้าฉากมีการเปลี่ยนลุคตลอด?

เป้ : การดีไซน์ลุคส์ของแต่ละคนมันจะสนุกมากผมเองก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้แต่งลุคส์นี้หรอก ติดหนวด และก็รอยสักทั้งหลาย สีผิวก็ด้วยครับ ด้วยความที่เราขี่ม้าอยู่กลางแดดผิวต้องเข้ม เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่มาถึงกองหกโมงครึ่ง กินข้าวก่อน ถอดเสื้อทำรอยสัก ทำรอยสักเสร็จแล้วเริ่มลงสีแต่งหน้าทำผมไปพร้อมกัน แล้วก็พ่นสเปรย์เคลือบรอยสัก ติดหนวดอาจจะทีหลัง เพราะเดี๋ยวจะทำอะไรลำบาก ในระหว่างวันที่ทำงานก็จะมีการเติมได้ตลอดเวลาครับผม ต้องไปทาบก็จะเติมตลอดเวลา

 

การทำงานในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์2 มีฉากไหนที่ชื่นชอบหรือประทับใจ

เป้ : ซีนที่ผมได้ขี่ม้าทั้งวัน ครั้งแรกที่ผมได้ขี่ม้าผมเรียนมามั่นใจว่าผมขี่ม้าเก่ง วันนั้นไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับม้าเลย แต่ว่าก็ต้องวิ่งเข้าหาระเบิด ซึ่งเขาก็ซ้อมกันวิ่งเข้าไปช่วยทับทิมระเบิดจะอยู่ตรงนี้นะ วันนั้นเราเจ็บเข่าแต่ตั้งใจวิ่งให้ตรงมาร์คไว้ สุดท้ายพอมาดูประทับใจสุดๆ แต่ว่าตอนที่เขาถ่ายคัตกว้างพี่อนันดาก็ต้องไปวิ่งอีกครั้งหนึ่ง ทีนี้มันจะมีระเบิดฝุ่นกับระเบิดไฟ ผมถ่ายสร็จผมก็ออกมานั่งดูพี่อนันดา เขาบอกตรงนั้นเป็นฝุ่นนะ  เพราถ้าระเบิดไฟมันอันตรายมันติดเสื้อได้   พี่อนันดาก็วิ่งระเบิดที่ควรจะเป็นฝุ่นดันเป็นไฟขึ้นใกล้มาก พี่อนันดาไม่รู้เรื่องว่าอะไรมันร้อนๆ อีกซีนหนึ่งที่ขี่ม้า  คือไดเรกชั่นของพี่โขมมันโหดมากตรงที่แก๊งอื่นก็จะมารุมพวกแก๊งเชิ๊ตดำเหมือนกัน  เป็นที่โคลนริมน้ำมีขุดบ่อไว้ประมาณ 5-6 บ่อ และก็เอาคนเข้าไปอยู่ในนั้น พอพวกเราขี่ม้าเข้ามาเขาก็จะลุกขึ้นมายิงพวกเรา แล้วม้ามาประมาณสิบตัว หลุมมันเยอะไงม้ามันก็ตกได้ตอนแรกก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่ามันเป็นม้าที่ได้รับการฝึกมา พอเริ่มยิงปืนจริงเท่านั้นแหละ ม้าเตลิด ตัวของผมก็ไม่ได้เตลิดมาก มันมีจังหวะหนึ่งที่ยิงแล้วมันถอยแล้วมันตกหลุมใจผมลงไปอยู่ตาตุ่ม เราก็กระชากมันขึ้นมาสุดท้ายก็ไม่ล้ม ทรหดมากฝนตกตลอดเวลาแต่ผมไม่กล้าบ่นเลยว่ามันหนาว เพราะคนที่อยู่ในบ่อหนาวกว่าผมเยอะ แล้วผมก็ได้แผลไม่ได้ทำแผล ก็ต้องแปะพาสเตอร์ไว้ แล้วก็ลุยต่อ หน่วยกู้ภัยก็ต้องเดินลุยลงโคลนออกไป

 

 

 

Q.เห็นว่ามีหลายๆ อย่างที่เชื่อว่าคนดูจะเซอร์ไพรส์ ซึ่งนักแสดงหลายๆคนต่างชื่นชมในวิธีคิดและนำเสนอซึ่งจะเกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้ ในมุมมองของนักแสดงเป็นอย่างไรบ้าง 

เป้ : มีอยู่ฉากหนึ่งต้องชมพี่โขม และพี่จิ๊บผกก.ภาพ ฉากการขายอาวุธของเสือใบอาชีพจริงๆมันคือการปล้นของญี่ปุ่นแล้วมาขายเอาเงิน แล้วขุนพันธ์มาเห็นก็จะมาขอเข้าพวก ในขณะที่คุยกันอยู่ก็จะมีการเอาปืนจ่อกันโดยทั้งคู่ก็จะอยู่ในเรือแจวคนละลำ เรือแจวก็ต้องล็อกไว้ไม่ให้มันขยับข้างหลังเขาก็ตีกัน มีระเบิดข้างหลัง พี่โขมอยากได้เช็ตเป็นตลาดมืดในสุพรรณในคุ้งน้ำเอาเรือมาเทียบท่าขายของ คุ้งน้ำมีแต่คนเมา มีแต่โจร ค้ามนุษย์ ค้าอาวุธ ผู้เล่นสมทบเยอะมาก มีพวกขายบริการบนสะพาน ด้วยเงื่อนไขในการถ่ายทำในฉากนี้ ทุกคนต้องเล่นแบบสมบูรณ์ในคัตเดียว ผมเล่นกับพี่จ่อยสองคน ข้างหลังนักแสดงสมทบร่วมร้อยเขาตีกันแล้วก็มีคิวระเบิด เราแค่ต้องอย่าพูดผิด  ต้องชักปืนจ่อพี่จ่อยด้านซ้ายพอผมพูดเสร็จมันต้องเก็บปืน(ท่าประจำ) ปรากฏว่าทำได้ครับ

 

ผกก.ก้องเกียรติบอกว่าหนังแบบนี้ ไม่มีใครอยากจะทำใช้พลังงานเยอะ แต่เราทำถึงแม้ว่าทำแล้วเลือดตาแทบกระเด็น

เป้ : เอาจริงๆผมไม่เหนื่อยครับ ผมชอบมากในการที่ได้มาอยู่กองขุนพันธ์ ผมคิดว่าเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้เล่นอะไรแบบนี้มันมีความยิ่งใหญ่ในหลายแง่มุม แต่คนที่เหนื่อยแน่นอนคือพี่โขมเครียดทุกด้าน เรื่องเงิน เรื่องเวลา ความต่อเนื่อง ทีมงานทุกคนเหนื่อย ผมเป็นนักแสดงผมไม่ได้เหนื่อยอะไรขนาดนั้นครับ ไม่รู้พี่อนันดาพูดหรือเปล่าว่าการทำงานในหนังเรื่องขุนพันธ์มันเหมือนกับเด็กผู้ชายพอได้ขี่ม้ายิงปืน มันก็สนุกได้มีรอยสักได้เฮฮา มีแก๊งมีเพื่อน มันยังไม่มีวันไหนที่ผมไม่สนุกเลย

 

 

นอกจากเล่นเป็นเสือใบแล้ว เห็นว่าเรื่องนี้มีแต่งเพลงด้วย

เป้ : ใช่ครับ แต่งมาจากเรื่องราวความเป็นเสือ ความเป็นทีมโจร มองในแง่ความเป็นเสือ ซึ่งพี่โขมเขาก็มองว่าอยากให้ผมลองแต่งดู ปรากฏว่าแกดูแล้วมันใช้ได้ ผมก็เลยจะดึงทีมงานที่ผมไว้ใจมาช่วยผมทำเพลงครับคือเหมือนตัวเสือใบในเรื่องจะมีความเป็นฝรั่งเล่นดนตรีได้หลายแบบ อาชีพรองของเขาคือเล่นดนตรีอยู่ในโรงแรมสุวรรณบุปผา และเขาก็เล่นเพลงนี้สดุดีให้กับโจรเชิ้ตดำ เนื้อหาจะเป็ประมาณนี้ สำหรับเพลง “เสือ” จะออกมาในสไตล์บลูส์เข้มข้นที่จัดจ้านทั้งภาคดนตรีและเนื้อหาของเพลงซึ่งให้คำนิยามและบอกเล่าถึงวิถีของจอมโจรเชิ้ตดำผู้เลื่องชื่อแห่งภาคกลางจนถูกยกให้เป็น “เสือ” ที่กลายมาเป็นตำนานอยู่จนถึงปัจจุบันครับ

 

เตรียมพบการกลับมาของมือปราบหนังเหนียว ดวลด้วยศรัทธา ล่าด้วยอาคม ใน  “ขุนพันธ์ 2”  23 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

 

อ่านเพิ่มเติม:

  1. #VogueFlash อะไรคือ 5 เคล็ดลับความสำเร็จของไวรัลแคมเปญในแบบ Kloset?
  2. มิว-นิษฐา กับบทบาทใหม่ที่มาพร้อมกับเลข 7 ใน 7days เรารักกันจันทร์-อาทิตย์ #VogueFlash
  3. คุยกับ ผู้พันเบิร์ด หัวหน้าชุมโจรในหนังไทยฟอร์มยักษ์ที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์!
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล