รู้ให้ลึก! สไตล์แหกคอกของ Brigitte Macron สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศส

เรื่อง สธน ตันตราภรณ์
     ในจังหวะที่สื่อทั่วโลกกำลังพุ่งความสนใจไปยัง Emmanuel Macron (ว่าที่) ประธานาธิบดีอายุน้อยที่สุดของฝรั่งเศส ผู้เพิ่งจะชนะการเลือกตั้งไปใสๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยวัยเพียง 39 ปี เหล่าคนแฟชั่นก็อดสงสัยไม่ได้ว่าภริยาสูงวัยแสนเปรี้ยวอายุปาเข้าไป 64 กะรัตซึ่งมักปรากฏกายเคียงข้างอยู่ทุกที่ทุกเวลานั้นมีดีอะไร...และเหตุใดสไตล์ของเธอจึงเป็นที่จับตามอง
     "ความแตกต่าง" ในแง่รสนิยมการแต่งกายคือคีย์เวิร์ดสำคัญที่แบ่งแยกมาดาม Macron หรือ Brigitte Trogneaux ออกจากทำเนียบสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งทั่วโลก ก่อนจะโหนพาเธอขึ้นไปติดอันดับ "ผู้หญิงแต่งกายโดดเด่น" รายล่าสุดของแวดวงการเมืองและแฟชั่นในยุคที่ผู้คนโหยหาความแปลกใหม่และมุ่งล้างทำลายนิยามความสง่างามแบบเดิมๆ ภาพสะท้อนของสไตล์ชิกแบบสาวปารีเซียนตัวจริงที่ติดกลิ่นร็อกแอนโรลล์เบาๆ ของทายาทตระกูลผู้ผลิตช็อกโกแลตผู้มั่งคั่งรายนี้กลายเป็นต้นแบบของสตรีมากมายเพียงชั่วข้ามคืนในยุคเฟมินิสต์ครองเมือง พร้อมๆ ไปกับคุณสมบัติชวนอิจฉาอีกหลายต่อหลายข้อ ตั้งแต่การศึกษาที่เพียบพร้อม เรื่อยไปจนถึงเรียวขาสวย (ย้ำ! ในวัย 64 กะรัต) และสามีว่าที่ประธานาธิบดีวัยละอ่อนผู้เด็กกว่าถึง 25 ปี!
     ไม่น่าแปลกใจถ้าใครจะนำเธอไปเปรียบกับ Carine Roifeld อดีตบรรณาธิการนิตยสาร โว้ก ปารีส และ Emmanuelle Alt บรรณาธิการ โว้ก ปารีส คนปัจจุบัน มากกว่าจะเทียบชั้นกับเฟิสต์เลดี้ระดับไอคอน Jacqueline Kennedy Onassis หรือแม้แต่หน้าเก่าสายเมืองน้ำหอมอย่าง Carla Bruni-Sarkozy หรือ Valérie Trierweiler เพราะคอลเล็กชั่นกางเกงหนังทรงสกินนี่ เดรสสั้นระดับมินิ เสื้อโค้ตยาวคอปกเมทัลลิก หรือแม้แต่กระเป๋าถือรุ่น Capucines จาก Louis Vuitton นั้นไม่มีอะไรใกล้เคียงกับลุคคาร์ดิแกน Twinset จับคู่สร้อยมุก สูทผ้าทวีดกระโปรงคลุมเข่า หรือเสื้อเบลาซ์ผูกโบแต่อย่างใด
     อย่างไรก็ตาม สังคมกลับค้นพบเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ เพราะนอกจากทัศนคติเชิง "ฉันไม่ยอมแก่!" และ "เธอจะมาห้ามฉันไม่ได้" ของหญิงใหญ่ผู้แหกกฎเกณฑ์รายนี้จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการเมืองยุคมิลเลนเนียลแล้ว เธอยังทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นคึกคักขึ้นอีกหลายเท่าด้วยพื้นที่ทางการตลาดใหม่ๆ ซึ่งมีหญิงสูงวัยผู้ไม่ยอมตายนับล้านชีวิตเข้าร่วมกระบวนการ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังไม่นับรวมกลยุทธ์ "ชาตินิยม" ซึ่งแฝงมาอย่างแนบเนียนผ่านกองทัพสินค้าแบรนด์ฝรั่งเศสทั้ง Louis Vuitton, Dior, Hermès, Moncler (และอีกเพียบในไม่ช้านี้) ที่เธอเพียรใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ คงหาใช่เรื่องบังเอิญหากประเด็นนี้จะไปสอดรับกับกลยุทธ์การพยายามผลักดันการค้าฝรั่งเศสของผู้ว่าราชการกรุงปารีส Anne Hidalgo เข้าอย่างลงล็อก
     เหนืออื่นใด สิ่งสำคัญคือการที่เธอไม่ "จำเป็น" ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้สอดรับกับบทบาทใหม่ ดังที่ผู้เป็นสามีได้ประกาศชัดแล้วว่าภริยาของเขาจะมีหน้าที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศส แต่ในขณะเดียวกันเธอจะไม่ได้รับเงินเดือนจากรัฐแม้แต่แดงเดียว และด้วยเหตุนี้ จะ Dior ถึง Hermès หรือ Moncler เราคงกล่าวหาเธอไม่ได้ในประเด็นเรื่องการยักยอกภาษีประชาชนไปบำรุงบำเรอรสนิยมส่วนตัว เฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับครอบครัวนักการเมืองรายก่อนๆ แถมแน่นอนว่าเราจะได้เห็นเธอฉายแสงอย่างเต็มอัตราในไม่ช้านี้ชนิด "Not behind, not hidden...but will be on my side" ให้ทั่วโลกจ้องกันชัดๆ เพื่อตามแคปหน้าจอไปต่อคิวซื้อลุคเดียวกัน

เกิดอะไรขึ้น? เมื่อ Coach กำลังจะ...
Louboutin ร่วมมือกับชาวมายัน ปล่อ...
'ญาดา วิลลาเรจ' นางแบบสาว...
Pippa Middleton น้องสาวเจ้าหญิงเค...
Emma Watson คือนักแสดงหญิงคนแรกใน...
#10BestDressed น่าจับตามองจากงาน ...
Ralph Lauren เนรมิตโอเอซิสกลางนิว...
ถ้าเหล่าตัวละครจากดิสนีย์ใส่ชุด C...
ซูมดีเทลเครื่องประดับที่ Rihanna ...
โฉมหน้ารองเท้า Adidas Originals ร...
The Met 2017 Rei Kawakubo/ Comme ...

FOLLOW VOGUE