Because Devil Doesn't Only Wear Prada

เลี้ยวโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับงานประกาศรางวัลออสการ์ประจำปีนี้ ซึ่งภาพยนตร์เพลง La La Land เข้าชิงรางวัลสูงถึง 14 รางวัล (เทียบเท่า Titanic จากปี 1997 กับ All About Eve จากปี 1950) และแม้ว่าคอหนังจะให้ความสำคัญกับสาขาเด่นๆ เช่น ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม เรื่อยไปจนถึงสายการแสดงทั้งบทนำและบทสมทบเป็นหลัก แต่อีกหนึ่งสาขาที่คาดเดาได้ยากและพลิกโผมาแล้วหลายครั้งคือ สาขาการออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

ในปีนี้ แน่นอนว่า Jackie ได้เข้าชิงตามโผด้วยคอลเล็กชั่นชิ้นคอสทูมของแท้จากปลายยุค 1950s ถึงต้น 1960s ซึ่งดีไซเนอร์ Madeline Fontaine พลิกแผ่นดินหามาประกอบหนังชีวประวัติสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ในขณะที่งานพีเรียดอย่าง Florence Foster Jenkins ฝีมือ Consolata Boyle ซึ่งเคยเข้าชิงจาก The Queen ราวทศวรรษที่แล้วก็โดดเด่นไม่แพ้กัน แต่ที่เราเชียร์ขาดใจคือ Colleen Atwood ตัวเต็งเจ้าของสามออสการ์จาก Chicago, Memoirs of Geisha และ Alice in Wonderland ที่งวดนี้เข้าชิงจาก Fantastic Beasts and Where to Find Them

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากนักออกแบบสายคอสทูมมืออาชีพแล้ว ฮอลลีวู้ดยังมีโอกาสร่วมงานกับดีไซเนอร์แฟชั่นอยู่เสมอๆ โว้กรวบรวมผลงานคอสทูมมากเรื่องราวโดยแบรนด์ดังจากอดีตถึงปัจจุบันมาให้เหล่าคนแฟชั่นทบทวนความทรงจำกันอีกสักรอบ

Bill Blass
ตัวแม่คอสทูม Patricia Field จาก Sex and the City เลือกแจ็กเกตตัวนี้ให้คาแรกเตอร์ Miranda Priestly สวมในฉากสำคัญของภาพยนตร์แฟชั่นเรื่อง The Devil Wears Prada เนื่องจากมันถอดแบบตรงๆ มาจากสูทคลาสสิกของ Chanel ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Anna Wintour ...เพียงแต่ดีเทลงานปักดิ้นตกแต่งเหรียญทองนั้นทำให้ตัวละครดู “แสบ” กว่า

Azzedine Alaia
แม้จะได้ชื่อว่า “เซียน” ในแง่งานดีไซน์เข้ารูปที่เสริมส่งโครงสร้างของสาวๆ แต่เขากลับออกแบบคอสทูมให้กับตัวละครนักฆ่าของ Grace Jones ในหนัง James Bond ตอน A View to Kill โดยอิงกับบุคลิก “ไร้เพศ” เป็นหลัก

Calvin Klein
เมื่อตัวละครวัยรุ่นไฮโซจากเบเวอร์ลีฮิลล์ของ Alicia Silverstone ในหนังคัลต์ปี 1995 เรื่อง Clueless ทิ้งลุคลายตารางกับถุงเท้ายาวมาสวมเดรสผ้ายืดสีขาวที่เล็กกว่ารูปร่างของนักแสดงหนึ่งไซส์ไปออกเดต ผู้ชมจึงถึงบางอ้อว่าตัวละครโปรดของพวกเขากำลังเป็นสาวแล้ว

Cecil Beaton
มาสเตอร์แห่งสไตล์ผู้มีผลงานปรากฏอย่างต่อเนื่องที่ Vogue ทั้งยังเป็นเจ้าของเครดิตคอสทูมในหนังคลาสสิก My Fair Lady ผู้นี้ออกแบบลุคย้อนยุคทั้งหมดให้กับตัวละครของ Barbra Streisand ในมิวสิคัลแนวทวิภพเรื่อง On a Clear Day You Can See Forever จากปี 1970 แต่โชคไม่ดีโดนหั่นผลงานเกือบทั้งหมดออกไปในระหว่างการตัดต่อของผู้กำกับ

Christian Dior (โดย Marc Bohan)
คอสทูมทั้งหมดของดาวค้างฟ้าเชื้อสายอิตาเลียน Sophia Loren ในหนัง Arabesque ปี 1966 คือการตั้งใจลอกเลียนสูตรสำเร็จของ Charade ผลงานแนวสายลับก่อนหน้า เราจึงได้เห็น Dior จัดเต็มจากชุดราตรีฟู่ฟ่องแสนหวานถึงสไตล์เอ็กซอติกกลิ่นอายเอเชียที่ขนมาหมดทั้งหนังพีวีซีและสีสด (ก่อนที่ Raf Simons จะยกมาเป็นแรงบันดาลใจในคอลเล็กชั่นฤดูหนาวปี 2015)

Donna Karan
ผู้กำกับ Alfonso Cuaron เลือกนำเสนอภาพยนตร์ Great Expectations ฉบับปี 1998 ด้วยสีเขียวเป็นหลัก เพราะมันสะท้อนถึงความเสื่อมและอันตรายที่คืบคลานอยู่ภายในคฤหาสน์ ทั้งยังสื่อถึงความริษยาและการเจริญเติบโตของตัวละคร เสื้อผ้าจาก DKNY ของนางเอกสาว Gwyneth Paltrow ก็ไม่เว้น

Hubert de Givenchy
มิตรภาพที่ยั่งยืนที่สุดในวงการแฟชั่นกับฮอลลีวู้ดเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดเมื่อ Givenchy คิดว่า “Miss Hepburn” ซึ่งต้องการจะตัดเสื้อไปสวมในหนังฮอลลีวู้ด Sabrina ฉบับปี 1954 ผู้นั้นคือดาราดัง Katharine Hepburn และเกือบจะปฏิเสธนักแสดงสาวหน้าใหม่เมื่อเจอกันครั้งแรก

Paco Rabanne
ชุดกระโปรงค็อกเทลที่ต่อโครงขึ้นจากแผ่นดิสเงินหลายร้อยชิ้นของ Audrey Hepburn ในภาพยนตร์เรื่อง Two for the Road ได้ชื่อว่าเป็นกลวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสื่อสารถึงชีวิตคู่ตกร่องที่ชวนอึดอัดและสร้างบาดแผลของตัวละครในขณะสถานะทางสังคมยังอยู่ครบ และแม้ว่าผลงานชิ้นนี้จะได้ชื่อว่าเก๋จริงในยุคที่ชื่อเสียงของ Paco Rabanne แตะจุดพีคของอาชีพ หาก Hepburn เกลียดมันเข้าไส้เพราะสวมไม่สบายเอาจริงๆ

Fendi
เฟอร์ในภาพยนตร์เรื่อง The Royal Tenenbaums นั้นกินความหมายมากกว่าเรื่องฐานะและชนชั้น เพราะผู้กำกับ Wes Anderson กับ Karen Patch จากฝ่ายคอสทูมใช้สื่อสารถึงบุคลิกปิดกั้นตัวเองของ Margot ที่ Gwyneth Paltrow สวมบทบาท โดยทางจิตวิทยาและสัญศาสตร์ ขนสัตว์เปรียบเสมือนเครื่องกั้นกลางอวัยวเพศหญิง ในกรณีนี้มันจึงบุ้ยใบ้ถึงความอารมร์ทางเพศของตัวละครด้วย

Gucci
ในภาพยนตร์เรื่อง Rush จากปี 2013 ตัวละครซึ่งนำแสดงโดน Olivia Wilde และ Chris Hemsworth ต่างสวมชิ้นงานมากมายจากคลังวินเทจของแบรนด์ Gucci (ได้รับอนุญาตโดย Frida Giannini ดีไซเนอร์ในขณะนั้น) เพื่อสื่อถึงบุคลิกขาปาร์ตี้ผู้หลงใหลชีวิตหรูหรา ในขณะที่ตัวละครอีกคู่หนึ่งซึ่งใช้ชีวิตเรียบง่ายกว่าได้สวมยี่ห้อ Salvatore Ferragamo แทน

Helen Rose
ก่อน Vera Wang ยังมี Helen Rose! หลังจากสร้างสรรค์ชุดแต่งงานทั้งในจอและนอกจอให้ Elizabeth Taylor ในวัย 18 ปี ดีไซเนอร์ชุดวิวาห์กลับมาแสดงฝีมือให้ดาราสาวอีกครั้งในภาพยนตร์อมตะเรื่อง Cat on a Hot Tin Roof ซึ่งนอกจากลุคขาวโพลนสไตล์เทพธิดากรีกจะช่วยทอนความกร้านของตัวละครลงแล้ว ยังช่วยให้ผู้ชมสัมผัสถึงความต้องการทางเพศลึกๆ ในใจได้อีกด้วย

Jean-Paul Gualiter
หลังได้ไฟเขียวจากผู้กำกับ Luc Besson ผู้คัดค้านสตูดิโอหัวชนฝาและยืนยันจะใช้บริการดีไซเนอร์แก่นกะโหลกรายนี้ให้ได้ Gualtier จึงขอแสดงฝีมือด้วยการงัดสายถนัดอย่าง “เซ็กซ์พันธนาการ” (Bondage) มาสร้างลุคระดับไอคอนิกให้กับตัวละครของ Milla Jovovich ซึ่งงานในยุคต่อมาของเขาในหนังเรื่อง The Skin I Live In ก็ยืมแนวคิดเดียวกันนี้มาใช้

Karl Lagerfeld
อีกหนึ่งเรื่องในสายพันธนาการคือ Broken Embraces โดย Pedro Almodóvar ที่ Chanel ยอมให้ฝ่ายคอสทูมผสมชิ้นงานของแบรนด์จากปี 1992-1994 เข้ากับคอลเล็กชั่นใหม่ในขณะนั้น (2007-2008) เพื่อบอกเล่าถึงตัวละครเอกที่นำแสดงโดย Penelope Cruz ซึ่งติดกับดักอยู่ในวังวนของความสัมพันธ์อันหมกหมุ่น
 

#NYFW : Political Statements Made...
The Runways of Bella Hadid
Street Style at New York Fashion ...
Bella Hadid Cried at Two Runways ...
Fall 2017 / Diane von Furstenberg...
Beyoncé's Grammys 2017 Outfit...
Fall 2017 / Proenza Schouler / Co...
Fall 2017 / Victoria Beckham / Co...
Street Style at New York Fashion ...
Street Style at New York Fashion ...
Grammy Awards 2017: Complete Winn...

FOLLOW VOGUE