'พลอย ปิ่นแสง' นักโปโลหญิงหนึ่งเดียวในทีมชาติไทย กับแรงผลักดันให้สาวไทยกล้าขึ้นหลังม้า!

หลายคนคงได้คุ้นกับภาพกีฬาโปโลหญิงในประเทศไทยตามหน้าข่าวสังคมแทบทุกปีตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่าน โดยเฉพาะ 2-3 ปีมานี้ที่ฮิตเป็นพิเศษจนมีการจัดการแข่งขันให้เห็นปีละหลายครั้ง ล่าสุดในวันเสาร์นี้กำลังจะมีงาน King Power International Ladies’ Polo Tournament 2018 การแข่งขันโปโลหญิงล้วนซึ่งเป็นความฝันและสัญญาที่ พลอย ปิ่นแสง ผู้หญิงคนเดียวในทีมนักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติไทยมุ่งมั่นว่าจะต้องทำออกมาให้ได้ งานนี้เธอออกตัวชัดเจนก่อนว่าอยากลบภาพความไฮโซและขอเน้นผลักดันผู้หญิงไทยให้หันมาเล่นกีฬาม้าชนิดนี้มากขึ้น ว่าแต่อะไรคือแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังงานนี้

ยากไหมกับการเป็นนักกีฬาผู้หญิง

จริงๆ แล้วพลอยไม่เคยคิดเลยว่านักกีฬาผู้หญิงจะด้อยกว่าผู้ชายยังไง ไม่มีเลยจริงๆ เพราะอะไรที่ไม่เก่ง เราก็ฝึกฝนและสร้างมันขึ้นมาสิ ซ้อม ซ้อม และซ้อมจนเก่งให้ได้ มันอยู่ที่ความอดทนและตั้งใจอยากลุยให้ไกลแค่ไหนของเรามากกว่า ก็จริงที่บางทีผู้ชายแรงเยอะกว่า แข็งแรงกว่า แต่คุณพ่อของพลอยจะสอนว่ากีฬา ดนตรี ศิลปะ รวมทั้งศาสตร์แต่ละแขนงมันต้องฝึกฝน และถ้าฝึกฝนเยอะพอก็จะสามารถทำได้แน่นอน อย่างเรื่องกีฬา ถ้าร่างกายตรงไหนของเราไม่แข็งแรงก็เข้าฟิตเนสสิ 

จะว่าไปแล้วพลอยว่านักกีฬาผู้หญิงไม่เป็นปัญหาเท่ากับม้าตัวเมีย (หัวเราะ) อย่างตอนที่ม้าเป็นประจำเดือนมันก็จะหงุดหงิดและรำคาญคนง่ายมากๆ แตะนิดแตะหน่อยก็ร้องแล้ว กลายเป็นต้องพยายามหาวิธีเข้าหาเค้าให้ได้มากที่สุด

เป็นนักกีฬาผู้หญิงในวงการที่คนมองว่าเป็นของผู้ชาย คุณรู้สึกอย่างไร

เรารู้สึกมีพลัง รู้สึกว่าเราทำได้ ไม่ได้ตอนไหนที่รู้สึกท้อหรือคิดว่าเราเป็นผู้หญิงแล้วด้อยกว่าเลย เรามีไหวพริบในการขี่ม้า ความคล่องแคล่ว และความพลิ้วซึ่งเป็นจุดแข็งของเราตั้งแต่เด็กซึ่งจะแตกต่างจากผู้ชายตัวใหญ่ๆ หน้าที่หลักๆ ของพลอยในทีมจึงเป็นการบล็อคให้เพื่อนที่เป็นตัวรุก ต้องเป็นตัวโหดที่คอยป้องกันเพื่อนอะไรแบบนั้นไป

มุ่งมั่นด้านกีฬากระโดดม้ามาตั้งแต่เด็ก แล้วจู่ๆ กระโดดข้ามมาฝั่งโปโลได้อย่างไร

ช่วงซีเกมส์ปี 2007 ซึ่งประเทศไทยเป็นโฮสต์ที่นครราชสีมา มันตรงกับช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เราจะเข้ามหาวิทยาลัยพอดี พลอยก็คิดว่าอยากจบอาชีพนี้แบบสวยๆ และไม่ได้อยากจริงจังแล้ว พอดีกับที่คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของ King Power และเป็นเพื่อนสนิทมากๆ ของครอบครัวพลอยเริ่มเล่นโปโล เขาก็เลยมาชวนให้ลองเล่น หลังจากนั้นมาเราก็ติดใจ เริ่มไปแข่งที่อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ทั่วยุโรปจนถึงเอเชีย ทั้งจีน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ คือได้ไปแทบครบทุกทวีป

แสดงว่าได้เล่นกับผู้หญิงมาเยอะ

จริงๆ ในทีมพลอยมีแต่ผู้ชายเลยนะ ต้องบอกก่อนว่าโปโลเป็นหนึ่งในกีฬาไม่กี่ชนิดในโอลิมปิกที่ผู้ชายและผู้หญิงสามารถเล่นด้วยกันได้ เพราะมันจะมี Handicap System ที่เป็นตัววัดความเก่งของแต่ละคนเหมือนกับกีฬากอล์ฟ เริ่มตั้งแต่เลเวลแรกสุดคือ -2 ถึงเลเวล 10 ซึ่งจะเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลกและมีอยู่แค่ 9 คนเท่านั้น การวัดแฮนดิแคปไม่ใช่แค่เรื่องตีไกลหรือแรงที่ใช้ตีเท่านั้น แต่มันมีทักษะอย่างอื่นที่เกี่ยวกันด้วย ทั้งกลยุทธ์การเล่น ทีมเวิร์ค การขี่ม้า การควบคุมม้า หรือแม้แต่การดูแลม้า ผู้ชายและผู้หญิงในเลเวลเดียวกันแสดงว่าความสามารถพอกันจริงๆ ทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถเล่นด้วยกันได้

คุณจะบอกว่าเรื่องสรีระที่แตกต่างกันของหญิงและชายไม่มีผลต่อการเล่นขี่ม้าโปโล

ใช่ ไม่เกี่ยวกันเลยว่าผู้ชายตัวใหญ่จะตีได้ไกลกว่าผู้หญิงตัวเล็ก แต่มันจะเกี่ยวกับวงสวิงของร่างกายหรืออะไรแบบนั้นมากกว่า โปโลเนี่ยถ้ายิ่งตีแรงจะยิ่งไม่ไปเหมือนกับกอล์ฟที่ต้องใช้วงสวิงที่เป็นธรรมชาติ จริงๆ แล้วผู้หญิงจะได้เปรียบกว่าด้วยซ้ำตรงที่ตัวเล็กแล้วคล่องแคล่ว สามารถเลี้ยงม้าให้พลิ้วได้ง่ายกว่า อีกอย่างโปโลไม่ได้อยู่แค่ที่การตีลูกอย่างเดียว แต่มันต้องมีการเบียด การรุก การขี่ม้าเร็วไปดัก

ได้ยินมาว่างานโปโลที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้จะมีแต่นักกีฬาหญิงเท่านั้น อะไรคือแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังงานนี้

ขอเล่าปูก่อนว่าพลอยมีเมนเทอร์คนนึงชื่อ Sunny Hale ซึ่งเป็นคนที่สำคัญกับเรามากและเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดงานครั้งนี้ ซันนี่เป็นนักกีฬาโปโลชาวอเมริกันที่เก่งที่สุดในบรรดานักกีฬาโปโลหญิงปัจจุบัน อันดับแฮนดิแคปเขาอยู่ที่ระดับ 5 ในขณะที่นักกีฬาหญิงที่มีอันดับแฮนดิแคปรองๆ ลงมาก็อยู่แค่ที่ 2 หรือ 3 เรียกว่าซันนี่เก่งกว่าอีก 96% ของนักกีฬาโปโลทั้งหญิงและชายทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งเขาเล่นมา 30 ปีแล้วก็ยังไม่มีผู้หญิงคนไหนแซงได้สักคน

ซันนี่โตมากับคุณแม่ที่เป็นนักกีฬาโปโลหญิงคนแรกๆ ในอเมริกาที่กล้าลงแข่งกับผู้ชาย บวกกับการเรียนรู้เทคนิคโปโลด้วยตัวเองจากบรรดานักเล่นคนต่างๆ แล้วนำมาปรับใช้เองตลอด จนวันหนึ่ง Adolfo Cambiaso เทพโปโลตัวจริงเพราะเขาคือที่นักกีฬาโปโลที่แฮนดิแคประดับ 10 และเป็นที่ 1 ของโลกมาหลายสิบปี เขามาเห็นซันนี่กำลังฝึกขี่ในสนามแล้วก็ทึ่งที่มีผู้หญิงเล่นได้เก่งขนาดนี้ ในที่สุดก็เลยชวนซันนี่มาเล่นในทีมด้วยกัน ในปีแรกที่ซันนี่ได้แข่งใน U.S. Open Polo Championship ซึ่งเป็นงานแข่งโปโลที่ใหญ่ที่สุดของโลกก็ชิงถ้วยมาได้เลย กลายเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ชนะงานนี้เลยนะ หลังจากนั้นมาซันนี่ก็กลายเป็นตัวอย่างให้คนอื่นๆ เห็นว่าผู้หญิงก็เล่นโปโลได้ และเขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองด้อยกว่าผู้ชายในทางไหนๆ ซันนี่สามารถเล่นกลบผู้ชายได้ด้วยซ้ำ

มาเจอกันได้อย่างไร

หลังจากซันนี่เป็นที่รู้จักมากขึ้นก็สร้างลีค Women's Championship Tournament ขึ้นมาเอง เป็นการแข่งขันที่โปรโมตให้ผู้หญิงหันมาเล่นโปโล สร้างคอมมิวนิตี้ให้นักกีฬาโปโลหญิงทั่วโลกได้รู้จักกัน เหมือนคำพูดของวินสตัน เชอร์ชิลที่ว่า "A polo handicap is a passport to the world” เพราะซันนี่ก็เริ่มเดินทางไปเล่นทั่วโลกรวมทั้งที่เอเชียในงานเดียวกับพลอยเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นพลอยโชคดีมากๆ เพราะจับฉลากได้ทีมเดียวกันกับซันนี่ คำแรกๆ ที่คุยกันคือเขาบอกพลอยว่า “You already know what to do, go up there and have some fun” ซันนี่เป็นคนที่นิสัยที่น่ารักมากๆ มากที่สุดที่พลอยเคยรู้จักใครมา ทั้งเป็นกันเองและสุภาพที่สุด พลอยติดใจและรักเขาตั้งแต่เล่นด้วยกันครั้งแรกจนขอเป็นลูกศิษย์เลย หลังจากนั้นทุกการแข่งขันที่พลอยไป ซันนี่ก็จะไปกับพลอยตลอด เดินทางด้วยกัน ซ้อมด้วยกัน แข่งด้วยกัน คอยสอนทุกอย่างเพราะพลอยบอกซันนี่ตั้งแต่วันแรกเลยว่าอยากจะเป็นนักกีฬาโปโลหญิงที่เก่งที่สุดในเอเชีย เราสองคนเลยสนิทกันมากเหมือนเป็นทั้งพี่น้องจริงๆ 

จริงๆ พลอยมีความฝันไว้นานแล้วว่าอยากจัดงานแข่งขันโปโลที่บ้านเกิด ที่สนามคิงพาวเวอร์ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้จัดสักที เลื่อนไปเลื่อนมาสองปี จนปีที่แล้วพลอยก็ส่งข้อความบอกซันนี่ที่อเมริกาปีนี้จะต้องจัดงานนี้ให้ได้และจะต้องทำให้เป็นการแข่งขันที่ดีที่สุดในเอเชีย ซันนี่ก็ตกลงว่าจะเต็มที่ แต่นั่นกลายเป็นข้อความสุดท้ายที่เราได้คุยกัน เพราะเดือนต่อมาซันนี่ก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมแบบเงียบๆ แทบไม่มีใครรู้เพราะเขาไม่บอกใครเลยแม้แต่เพื่อนสนิท ในจดหมายสุดท้ายที่เขียนถึงอดอลโฟ ซันนี่บอกว่า เขาได้ใช้ชีวิตจนถึงที่สุดแล้ว ไม่อยากเจ็บปวดเพราะคีโมฯ แต่ขอแค่ยาแก้ปวดและจากไปอย่างสงบ 

สำหรับพลอย ซันนี่คือคนที่ใช้คำว่า “Her heart is made of gold” ได้จริงๆ เขาเขียนหนังสือเพื่อสอนผู้หญิงว่าเล่นโปโลยังไง อยากช่วยให้กีฬาโปโลหญิงเป็นที่นิยมมากขึ้น เหมือนเขาไม่อยากเล่นคนเดียวแล้ว เขาอยากช่วยให้ผู้หญิงทุกคนเล่นเก่ง ไม่เคยมองเลยว่าใครจะมาเป็นคู่แข่ง หวังดีกับทุกคนที่รักกีฬาโปโล งานนี้ก็เลยเป็นโปรเจ็คท์ที่มาจากใจพลอยจริงๆ เป็นเหมือนสัญญาที่พลอยมีกับซันนี่ เราอยากทำให้สำเร็จ ทำให้ได้ และจะทำต่อๆ ไป

หลายคนมองว่ากีฬาโปโลคือกีฬาคนรวยและมีแต่ปาร์ตี้

ที่จริงแล้วกีฬาโปโลจะแข่งกันประมาณ 1 - 2 อาทิตย์ จนกระทั่งวันสุดท้ายที่เป็นรอบไฟนอลก็จะมีอาฟเตอร์ปาร์ตี้ปิดงาน ซึ่งตอนนี้จะมีทั้งแชมเปญ บรรยากาศแฟนซี มีคนสวยใส่หมวก ซึ่งคนจะรู้จักโปโลมากที่สุดจากตรงนี้ ที่จริงแล้วพวกปาร์ตี้จะเป็นแค่สีสันสุดท้ายก่อนจบงานมากกว่า จะว่าไปแล้วโปโลเป็นกีฬาของชาวไร่ด้วยซ้ำ ประเทศที่เล่นโปโลเก่งที่สุดคืออาร์เจนติน่าซึ่งถือว่าเป็นกีฬาประจำชาติของเขาเลย แต่ที่นั่นก็ไม่ค่อยเห็นมีไฮโซมาเล่น ประเทศเขามีเจ้าของฟาร์มที่มีที่ดินเยอะ เลี้ยงปศุสัตว์อย่างวัว แพะ ไก่ แล้วก็ม้า ทำให้มีพื้นที่ให้เล่นโปโลกัน หรืออย่างในอังกฤษที่เห็นมีท่านลอร์ดเล่นโปโลกันเยอะก็เพราะพวกเขามีที่ดินเยอะเหมือนกัน แค่มีที่ดินก็มีคำนำหน้าเป็นลอร์ดแล้ว โปโลเลยจะเป็นกีฬาของคนต่างจังหวัดที่มีที่เล่นมากกว่า

คนที่อยู่นอกวงโปโลอาจจะมองเห็นแค่ส่วนที่ดูเป็นชีวิตหรูหรา แต่จริงๆ แล้วการเล่นโปโลจะได้เจอคนทุกแบบตั้งแต่ ดารา ร็อคสตาร์ เจ้า ไปจนถึงคนเลี้ยงม้า และทุกคนสามารถนั่งกินข้าวด้วยกัน จะมีที่ไหนอีกที่จะได้เห็นเจ้าหญิงนั่งดื่มชากับคนเลี้ยงม้าหลังซ้อมเสร็จ ภาพที่คนเห็นว่าเป็นกีฬาไฮโซก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว แต่จะเป็นภาพที่สังคมมองกีฬาม้าต่างๆ มากกว่า

จริงๆ งานโปโลครั้งนี้พลอยอยากให้ลบภาพโปโลไฮโซหรือการแต่งตัวสวยใส่หมวกออกไปให้หมดเลย เพราะจริงๆ เราอยากโปรโมตที่ตัวกีฬา ถ้าใครสนใจอยากเล่นจริงๆ ทางสมาคม (สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย) ก็ยิ่งกว่าสนับสนุน สองคืออยากให้คนไทยเห็นว่าผู้หญิงก็เล่นโปโลได้ สาม อยากช่วยกันสร้างกีฬาโปโลหญิงให้ไปได้ไกลมากขึ้นให้ถึงระดับเอเชียและต่างประเทศให้ได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล