ด้านมืดของวันวาเลนไทน์ที่คุณอาจช็อกเมื่อได้รู้!

 

“วาเลนไทน์เป็นเทศกาลที่ผู้คนส่งการ์ดอวยพรให้กันมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากวันคริสต์มาส”แต่เบื้องหลังของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่คนทั่วโลกยกให้เป็นวันแห่งความรักและความสุขคืออะไร เรามาลองฟังอีกด้านของประวัติศาสตร์วันวาเลนไทน์ซึ่งอาจเรียกว่าเป็น “ด้านมืด” ที่ไม่ได้รับการจารึก และแม้ไม่ได้มีหลักฐานหรือจดหมายเหตุยืนยันชัดเจนแต่ตำนานวันวาเลนไทน์ก็เป็นที่เล่าขานกันอย่างกว้างขวางจากรุ่นสู่รุ่น ว่ากันว่า “วาเลนไทน์” เป็นชื่อของนักบวช 3 คนจาก 3 ตำนานที่ล้วนสละชีพของตนเพื่อความรักอย่างทุกข์ทรมานในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

 

ย้อนไปในสมัยจักรวรรดิโรมัน พวกนอกรีดกำหนดให้วันที่ 13-15 กุมภาพันธ์เป็นวัน Lupercalia หรือเทศกาลบูชาเทพเจ้าแห่งความรัก ชื่อของหญิงสาวในอาณาจักรจะถูกเขียนลงบนภาชนะ หากชายหนุ่มคนใดจับฉลากได้ชื่อหญิงสาว ทั้งคู่จะได้ออกเดทกันตลอดช่วงเทศกาล ผู้คนต่างขนานนามให้วันลูเปอร์คาเลียเป็นวันแห่งการหาคู่ พร้อมความเชื่อที่ว่าคู่เดทที่ได้จากเทศกาลนี้จะได้ครองรักกันยืนยาวตลอดชีวิต ผู้คนในอาณาจักรต่างรอคอยเทศกาลที่เปรียบเสมือนบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์บันดาลให้พวกเขาได้พบกับรักแท้ ยกเว้นจักรพรรดิเกลาดิอุสที่ 2 กษัตริย์ผู้ขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ. 268 ซึ่งตามตำนานว่ากันว่าเป็นผู้สั่งสังหารชายนักบวชนาม “วาเลนไทน์” ถึง 2 คน

 

จักรพรรดิเกลาดิอุสที่ 2 เป็นกษัตริย์ที่ชื่นชอบการทำสงคราม หลายต่อหลายครั้งที่ทรงเปิดรับสมัครนายทหารเพื่อออกรบแต่ไม่มีชายหนุ่มคนใดสมัครด้วยติดที่เป็นห่วงภรรยาและลูก จักรพรรดิเกลาดิอุสจึงออกกฎหมายห้ามชายหนุ่มในจักรวรรดิโรมันแต่งงานหรือหมั้นหมายเป็นอันขาด ส่งผลให้การจัดพิธีแต่งงานในสมัยนั้นถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย มีเพียงนักบวชนาม “วาเลนไทน์” ผู้ยึดมั่นในความรัก เขาแอบจัดพิธีแต่งงานแบบลับๆ ให้กับคู่บ่าวสาวที่ต้องการสมรส ซึ่งนั่นนำมาสู่การตายของเขา

 

อีกตำนานว่ากันว่านักบวชที่มีชื่อเดียวกันนี้ต้องโทษถูกกุมขังอยู่ในคุกแต่ดันพบรักกับลูกสาวของผู้คุม ในวันชี้ชะตาก่อนจะถูกส่งตัวไปที่แดนประหาร ชายผู้นี้แอบส่งจดหมายรักให้กับหญิงสาวพร้อมเขียนลงท้ายในจดหมายว่า “จากวาเลนไทน์ของคุณ” ส่วนตำนานสุดท้ายดูจะเป็นความรักที่มีต่อศาสนามากกว่าความรักแบบชู้สาว เมื่อนักบวชวาเลนไทน์ผู้เคร่งและศรัทธาในศาสนายิ่งกว่าสิ่งอื่นใดปฏิเสธคำขอให้เปลี่ยนศาสนาในยุคที่ศาสนาถูกต่อต้าน ซึ่งนำมาสู่จุดจบอันน่าเศร้า

 

ธรรมเนียมการถอดรองเท้าเดินในสวนเพื่อเป็นพยานให้กับพิธีแต่งงานของฝูงนก (Illustration: Eleanor Fortescue Brickdale / Everett Collection)

 

ภายหลังศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกปรับเปลี่ยนปฏิทินใหม่และกำหนดให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันวาเลนไทน์เพื่อเปลี่ยนเทศกาลของลัทธินอกรีดให้อยู่ภายใต้ศาสนา นอกจากนั้นในแต่ละประเทศยังมีธรรมเนียมการฉลองวันลูเปอร์คาเลีย หรือวันแห่งความรักที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ในแอฟริกาใต้ผู้คนจะปักชื่อคนรักไว้ที่แขนเสื้อเพื่อพาคนรักติดตัวไปด้วยทุกที่ ในเดนมาร์กและนอร์เวย์จะมีการแลกจดหมายโบราณที่เรียกว่า Gaekkebrev หรือบทกลอนรักให้แก่กันโดยไม่ระบุชื่อผู้ส่ง แต่บอกใบ้ชื่อเป็นจุดแทน ส่วนหญิงสาวในอังกฤษมีความเชื่อว่าถ้าหากนำใบไม้แห้ง 5 ใบสอดไว้ใต้หมอนจะสามารถฝันเห็นว่าที่สามีในอนาคต ส่วนตำนานของสโลวีเนียเชื่อว่าเหล่านกคู่รักจะแต่งงานกันในวันนี้ ผู้คนจึงถอดรองเท้าเดินในสวนเพื่อเป็นพยานให้กับพิธีแต่งงานของฝูงนก

 

ข้อมูล: VOGUE US

ภาพ: Romeo and Juliet ©PARAMOUNT ALL RIGHTS RESERVED

อ่านเพิ่มเติม:

  1. โสดแล้วไง? ลิสต์หนังวาเลนไทน์เรื่องเยี่ยม 10 เรื่องสำหรับคนโสดโดยเฉพาะ
  2. ภาพน่าทึ่งที่ถูกถ่ายในวัดไทย! ความเก๋ของวัดอรุณและวัดพระแก้วในสายตาบล็อกเกอร์ทั่วโลก
  3. ช็อปของขวัญวาเลนไทน์สุดสวีทแบบฉบับสาวแฟต้องแบบนี้!
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล